ปัญหาที่ดินไทยจะเดินหน้าไปต่อได้อย่างไร (จบ)

 พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง

เลขาธิการพรรคประชาชาติ กล่าวว่า ที่ดินแปลงที่กำลังจะครบสัญญาเช่าที่ให้กับริษัทเอกชนรัฐต้องเตรียมรับคืนที่ดินกลับมาเพื่อนำไปปฏิรูปที่ดินให้เกษตรกรและผู้ยากไร้ต่อไป นอกจากที่ดินที่ตำบลบางสวรรค์แล้ว ยังมีพื้นที่ป่าที่รัฐให้สัมปทานแก่บริษัทเอกชนและบริษัทมหาชนเพื่อปลูกปาล์มในแบบเดียวกันในอีกหลายแปลงจำนวนหลายหมื่นไร่  บางส่วนครบกำหนดสัญญาสัมปทานแล้ว แต่รัฐก็ยังไม่นำกลับคืนมา

แต่สิ่งที่เป็นห่วงคือ ประเด็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์ของพรรคการเมืองฝ่ายรัฐบาลปัจจุบัน ที่ควรต้องทำหน้าที่และรับผิดชอบต่อการนำที่ดินที่ได้ให้เช่าไปกลับมาเป็นของรัฐเพื่อการปฏิรูปต่อไป

   ประเทศไทยมีเนื้อที่ประมาณ 320 ล้านไร่ โดยกรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย เป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบตามประมวลกฎหมายที่ดิน ..2497 โดยสามารถออกเอกสารสิทธิ โฉนดหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ ..3 หรือ ..3 และอื่นๆ ให้เอกชนได้ ปัจจุบันมีเอกสารสิทธิที่กรมที่ดินออกให้แก่เอกชนไปแล้วประมาณ 128 ล้านไร่ ส่วนที่เหลือเป็นที่ดินของรัฐภายใต้กฎหมายต่างๆ

   มีคำถามว่าที่ดินที่ออกเอกสารสิทธิให้เอกชนไปประมาณ 128 ล้านไร่นั้น เพียงพอหรือยัง คำตอบคือ เท่าไหร่ก็ไม่เพียงพอ เนื่องจากประมวลกฎหมายที่ดินไม่ได้จำกัดการถือครองที่ดิน ใครรวยก็มีสิทธิซื้อที่ดินจำนวนเท่าไหร่ก็ได้ และถือว่าที่ดินเป็นสินทรัพย์โดยกฎหมายที่ดินทำหน้าที่เป็นกฎหมายเพื่อออกเอกสารสิทธิ ให้สิทธิความเป็นเจ้าของที่ดินเพื่อให้สามารถนำไปทำธุรกรรมเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ จึงทำให้มีการกักตุนที่ดินเพื่อเก็งกำไร และไม่มีความจำเป็นต้องทำประโยชน์ในที่ดิน จึงเห็นเอกชนปล่อยที่ดินให้เป็นที่รกร้างว่างเปล่า มากมาย

   ประมวลกฎหมายที่ดินของไทยไม่ได้มองว่าที่ดินคือปัจจัยการผลิตหรือเป็นแหล่งผลิตอาหารให้แก่สังคม หากมองว่า ที่ดินเป็นแหล่งผลิตอาหาร ก็จะต้องมีการลงทุนลงแรงอย่างแท้จริงเพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์จากที่ดิน อันจะลดการแย่งชิงกันเป็นเจ้าของที่ดินเพื่อนำมาเป็นสินทรัพย์ และจะช่วยทำให้ปัญหาการบุกรุกที่ดินลดน้อยลงหรือหมดไปในที่สุด

   ในการบุกรุกป่าและที่ดินสาธารณประโยชน์ เห็นว่าประมวลกฎหมายที่ดินเป็นปัจจัยหนึ่งเอื้ออำนวยให้เกิดการบุกรุกขึ้น เนื่องจากมาตรา 58 ระบุให้มีการเดินสำรวจออกเอกสารสิทธิ  โดยเมื่อรัฐมนตรีเห็นสมควรจะให้มีการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ในจังหวัดใดในปีใด ก็ให้รัฐมนตรีประกาศในราชกิจจานุเบกษากำหนดจังหวัดที่จะทำการสำรวจรังวัดทำแผนที่หรือพิสูจน์สอบสวนการทำประโยชน์สำหรับปีนั้น โดยไม่ต้องคำนึงว่าที่ดินดังกล่าวจะเป็นพื้นที่อะไร

   นอกจากนั้นประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 59  ระบุว่า ในกรณีที่ผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินมาขอออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์เป็นการเฉพาะราย ไม่ว่าจะได้มีประกาศของรัฐมนตรีตามมาตรา 58  แล้วหรือไม่ก็ตาม เจ้าพนักงานมีอำนาจ นั่นคือ เจ้าพนักงานที่ดินมีอำนาจเต็มที่ในการออกเอกสารสิทธิโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ ..3 หรือ..3

   ดังนั้น ต้องมีการแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 58 และ มาตรา 59 ประมวลกฏหมายที่ดิน โดยในการออกเอกสารสิทธิ  ไม่ว่าจะเป็นโฉนดที่ดิน .. 3 หรือ ..3 ในที่ดินแปลงที่อาจมีผลต่อสิ่งแวดล้อมหรือต่อทรัพยากรธรรมชาติหรือต่อชุมชน รวมทั้งในแปลงที่มีประเด็นพิพาทอื่นๆ นั้นต้องให้ประชาชนในชุมชนท้องถิ่นที่ที่ดินตั้งอยู่ได้มีส่วนร่วมในการอนุญาตออกเอกสารสิทธิและต้องจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้เสีย รวมทั้งต้องดำเนินการให้มีการศึกษาและประเมินผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อม และสุขภาพของประชาชนหรือชุมชนด้วย

นอกเหนือจากแก้ไขมาตราดังกล่าว ควรมีการปฏิรูปประมวลกฎหมายที่ดิน ในเรื่องการจำกัดการถือครองที่ดินขึ้นด้วย แม้ปัจจุบันจะมี ...ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ระบุภาษีที่ดินอัตราก้าวหน้าไว้และจะมีผลใช้บังคับ 1 ..2563 ก็ตามแต่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์หลากหลายว่ายังไม่ตรงเจตนารมณ์ช่วยให้มีการกระจายการถือครองที่ดิน เพราะกำหนดว่าต้องมีที่ดินต้องเกิน50 ไร่ขึ้นไปจึงเสียภาษีในอัตราก้าวหน้าและมีอัตราการจัดเก็บต่ำ

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เอง

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า