สังคม-สตรี-เยาวชน

“ปวีณา” โทรฯ ประสาน พล.ต.ท.ปิยะ ต๊ะวิชัย ผบช.ภ.5 ให้พา “แม่น้องแองจี้” สาวมาเลย์วัย 22 ปี เข้าแจ้งความ

สภ.แม่สาย กรณีลูกสาวถูกหลอกไปทำงานที่เมียนมา เพื่อเป็นหลักฐานประสานการช่วยเหลือระหว่าง TBC ไทยเมียนมา เตือนผู้สมัครใจไปทำงานต้องรับโทษตามกฎหมาย อย่าหลงเชื่องานสบาย รายได้ดี อาจตกเป็นเหยื่อกักขัง ทำร้าย ทุกข์ทรมานเรียกค่าไถ่ บังคับเสพยาเสพติด ซึ่งการช่วยเหลือเป็นไปได้ยากมาก   

จากกรณีแม่น้องแองจี้ชาวมาเลเซีย เข้าร้องทุกข์ต่อนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ขอความช่วยเหลือน้องแองจี้ ลูกสาววัย 22 ปี ถูกหลอกไปทำงานที่ประเทศเมียนมา โดยลูกสาวเดินทางผ่านประเทศไทยทางจ.เชียงรายระหว่างที่นางปวีณา เข้าร่วมประชุมกับ นายรุจ ธรรมมงคล อธิบดีกรมการกงสุลกระทรวงการต่างประเทศ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในโครงการบูรณาการความร่วมมือเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาคนไทยที่ถูกหลอกไปทำงานและตกเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์ในเมียนมา ระหว่างวันที่ 6-8 มิถุนายน 2566 จังหวัดเชียงราย และเมืองท่าขี้เหล็กสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา

แม่น้องแองจี้ แจ้งว่า เมื่อวันที่ 30 ..66 ลูกสาวบอกแม่ว่ามาเที่ยวที่จ.เชียงราย ก่อนจะถูกหลอกไปทำงานที่ประเทศเมียนมา และแม่ได้ติดต่อกับน้องแองจี้ครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 4 มิ..ที่ผ่านมา โดยลูกสาวได้ส่งข้อความผ่านไลน์มาบอกแม่ว่า ตอนนี้สบายดี ไม่ต้องเป็นห่วง แต่แม่ยังคิดว่าน้องแองจี้หลงเชื่อไปทำงานผิดกฎหมาย เกรงว่าลูกสาวจะไม่ปลอดภัย ขอมูลนิธิปวีณาฯ ช่วยลูกสาวด้วย

จากนั้น นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ นายรุจ ธรรมมงคล อธิบดีกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ เเละคณะได้เดินทางข้ามไปที่จังหวัดท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา ประชุมเรื่องปัญหาการค้ามนุษย์ข้ามชาติร่วมกับ นายมยิด หน่าย ผู้ว่าราชการจังหวัดท่าขี้เหล็ก, คุณจอ ซายะ ยะ รองผู้ว่าราชการจังหวัดท่าขี้เหล็ก, คุณ อู ติ้น ซินหัวหน้าตรวจคนเข้าเมือง จังหวัดท่าขี้เหล็ก, ... ฮลา ทู สารวัตรสถานีตำรวจท่าขี้เหล็ก เเละคุณจอห์น ทุน TBC เมียนมาร์ (คณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่นไทยเมียนมา แม่สายท่าขี้เหล็ก )

นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ ได้มอบเอกสารร้องทุกข์พร้อมหลักฐานของเหยื่อ 27 ราย ที่ถูกหลอกไปทำงานและค้าประเวณีในเมืองล็อกกิ่ง (เล้าไก่) 16 รายเมืองเมยวดี 1 ราย เมืองป๊อก 10 ราย ซึ่งเป็นเขตปกครองพิเศษจีนในประเทศเมียนมา ที่ญาติร้องทุกข์ขอความช่วยเหลือจากมูลนิธิปวีณาฯ ช่วง ..- 6 มิ..66 และแจ้งเรื่องของน้องแองจี้ สาวมาเลย์ ที่แม่ร้องทุกข์ ให้กับ นายมยิด ผู้ว่าราชการจังหวัดท่าขี้เหล็กเพื่อประสานการช่วยเหลือ โดย นายมยิด ยืนยันยินดีที่จะช่วยเหลือเเละจะเร่งประสานอย่างเต็มที่ พร้อมกันนี้นางปวีณา ได้ชื่นชมการทำงานของทหาร TBC ไทยเมียนมา(คณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่นไทยเมียนมา แม่สายท่าขี้เหล็ก ) ทหารไทยตำรวจ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ เนื่องจากที่ผ่านมามูลนิธิปวีณาฯ ได้รับการประสานการช่วยเหลืออย่างดียิ่ง

ล่าสุดวันที่ 8 มิ..66 ภายหลังการประชุมโครงการบูรณาการความร่วมมือเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาคนไทยที่ถูกหลอกไปทำงานและตกเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์ในเมียนมาเสร็จสิ้น ก่อนเดินทางกลับ นางปวีณา ได้ประสาน พล...ปิยะ ต๊ะวิชัย ผบช..5 ก่อนจะพาแม่น้องแองจี้เดินทางไปแจ้งความที่สภ.แม่สาย .เชียงราย เพื่อเป็นหลักฐานให้ทางTBC ไทย ในการประสานข้อมูลกับ TBC เมียนมา เพื่อให้การช่วยเหลือ เนื่องจากเพื่อนแม่ได้เคยลงบันทึกประจำวันไว้ที่สภ.เมืองเชียงราย เมื่อวันที่ 3 มิ..66 แต่ยังไม่ได้แจ้งความ ในขณะเดียวกันนางปวีณา ได้ประสาน พล...ดุลเดชา อาชวะสมิตระกูลผบก..จว.เชียงราย มอบหมายให้ TBC ไทยเมียนมา มารับเรื่องกับแม่น้องแองจี้ ในเช้าวันนี้เรียบร้อยแล้ว โดยทาง TBC ไทยเมียนมา จะได้ติดตามให้การช่วยเหลือและแจ้งให้ทราบต่อไป โดยวันนี้แม่น้องแองจี้ได้เดินทางกลับไปจ.เชียงใหม่ เพื่อจะเดินทางกลับบ้านประเทศมาเลเซีย และจะกลับมารอรับลูกสาวในไม่ช้านี้

นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ กล่าวว่า ได้รับรายงานข้อมูลเบื้องต้นจากทางเจ้าหน้าที่ว่าอาจจะเป็นความสมัครใจของน้องแองจี้ในการเดินทางไปประเทศเมียนมาและล่าสุดแม่แจ้งว่า น้องแองจี้จะเดินทางกลับบ้านในช่วงเดือนพ..นี้ ซึ่งแม่ก็ยังเป็นห่วงว่าลูกจะหลอกไปทำงานและเกรงจะไม่ปลอดภัย โดยจะรอคำยืนยันจาก TBC ไทยเมียนมาที่จะแจ้งกลับมา ทั้งนี้มูลนิธิปวีณาฯ จะติดตามให้การช่วยเหลือน้องแองจี้และเคสอีก 27 ราย ที่นางปวีณา ส่งเรื่องให้ นายมยิด หน่าย ผู้ว่าราชการจังหวัดท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา และกระทรวงการต่างประเทศต่อไป

อย่างไรก็ตาม มูลนิธิปวีณาฯ รับเรื่องร้องทุกข์ให้ความสำคัญกับทุกเรื่อง และเร่งประสานการช่วยเหลือ ทั้งนี้หากพบว่าเป็นการสมัครใจและเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายผู้ที่เดินทางไปจะต้องรับโทษตามกฎหมายของเมียนมา ซึ่งแม่น้องแองจี้เองก็เข้าใจในเรื่องนี้ จึงขอฝากเตือนคนไทยทุกคนคิดให้ดีก่อนจะเดินทางไปโดยผิดกฎหมายเนื่องจากในเขตปกครองพิเศษของจีน ในประเทศเมียนมา มีความยากในการช่วยเหลือซึ่งเจ้าหน้าที่อาจจะช่วยไม่ได้ทุกคน.         

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เอง

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า