ไม่โรแมนติก ! “เชตวัน ก้าวไกล” เล่าบรรยากาศสัมภาษณ์ ส.ส. – ยันไม่เป็น ‘หูเห่า’ แน่นอน – ลั่นถ้าภารกิจเปลี่ยนประเทศไทยสำเร็จ ไม่ต้องมีตำแหน่งอะไร อยู่ตรงไหนก็ได้ !

เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเชตวัน เตือประโคน อดีตสื่อมวลชนและนักเขียนมือรางวัล ในฐานะผู้เสนอตัวรับการคัดเลือกเป็น ว่าที่ผู้สมัคร ..พรรคก้าวไกล เขต 4 .ลำลูกกา (เฉพาะ .คูคต) .ธัญบุรี (เฉพาะ .ประชาธิปัตย์) ระบุในเพจหัวข้อปลายทางคือเปลี่ยนประเทศไทยให้ดีกว่านี้ และเมื่อถึงวันนั้นผมอยู่ตรงไหนก็ได้!” บอกเล่าถึงการสัมภาษณ์ โดยทีมคณะกรรมการคัดสรรผู้สมัคร พรรคก้าวไกล.ปทุมธานี

นายเชตวัน ระบุตอนหนึ่งว่ามีคำถามที่เหมือนว่าจะเป็นสิ่งที่ทีมงานพรรคก้าวไกล.ปทุมธานี อยากได้ฟังคำยืนยันจากปากผม อาจเพราะครั้งที่แล้วพวกเขามีประสบการณ์ตรง นั่นก็คือเรื่องที่ว่า ถ้าได้รับเลือกแล้วจะไม่เป็นงูเห่า ?  และเป้าหมายปลายทางของการมาทำงานการเมืองของผมนั้นอยู่ตรงไหน สุดท้ายคืออะไร?  ’50 ล้าน… 100 ล้าน…. ไปมั้ย ?’ คือเสียงจากกรรมการท่านหนึ่ง  ผมยืนยันว่าไม่เพราะท้ายที่สุดแล้ว คิดภาพของตัวเองไม่ออกจริงๆ ว่าจะไปยืนอยู่ตรงจุดไหนนับจากวันที่เริ่มต้นทรยศต่อภารกิจและอุดมการณ์ของพรรคอนาคตใหม่ ซึ่งกลายมาเป็นพรรคก้าวไกลในวันนี้ ผู้คนที่รายล้อมรอบตัว ผู้คนที่ผมคบค้าสมาคมซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นฝ่ายประชาธิปไตย ผมจะมองหน้าพวกเขาอย่างไร และคบหากันต่อไปได้อย่างไร หรือง่ายๆแค่ในงานแต่งงานของผมซึ่งใครต่อใครที่มาร่วมแสดงความยินดี ยืนชูสามนิ้วทวงคืนประชาธิปไตยในงานนั้น ถ้าจู่ๆ วันหนึ่งผมกับภรรยาเกิดอยากจะโรแมนติก หยิบรูปวันแต่งงานมาดู ผมจะไม่กระดากอายและยังโรแมนติกได้อยู่อีกเหรอ

ส่วนข้อที่ว่า ปลายทางการเมืองคืออะไร ? แน่นอน ถ้าสิ่งต่อไปนี้เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นยุติรัฐราชการรวมศูนย์คืนอำนาจสู่ท้องถิ่น, รัฐสวัสดิการถ้วนหน้าครบวงจร ประชาชนมีเงินเดือนพื้นฐานชีวิต, ปฏิวัติการศึกษาลดความเหลื่อมล้ำ คืนครูสู่ห้องเรียน, ทลายเศรษฐกิจผูกขาด หยุดทุนใหญ่กินรวบประเทศ, ขนส่งสาธารณะที่คนเดินทางได้โดยไม่ต้องมีรถยนต์ส่วนตัว, แก้ปัญหาที่ดิน ยกรับดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรด้วยเทคโนโลยี,  สนับสนุนเศรษฐกิจใหม่ๆ, ปฏิรูปกองทัพ เอาทหารกลับเข้ากรมกอง เป็นกองทัพใต้รัฐบาลพลเรือน, ยอมรับความหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นชาติพันธุ์ไหน เพศวิถีใด หรือนับถือศาสนาใดก็ตาม, สิ่งแวดล้อมได้รับการจัดการอย่างยั่งยืนเหมาะสม, ข้อมูลรัฐได้รับการเปิดเผย โปร่งใส ประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบ และสุดท้าย ประเทศเป็นประชาธิปไตยที่ประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจอย่างแท้จริง หากที่ว่ามาทั้งหมดนี้เกิดขึ้นแล้ว ก็ไม่มีความจำเป็นที่ผมจะต้องมาเป็นนักการเมือง ไม่ต้องต่อสู้เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงอะไรอีก เป็นภารกิจของคนรุ่นต่อไปแล้วล่ะที่จะทำให้เรื่องเหล่านี้ดียิ่งๆ ขึ้นไป ปลายทางของผมคือเปลี่ยนประเทศไทยให้ดีกว่านี้ และเมื่อถึงวันนั้น ผมไม่ต้องมีตำแหน่งอะไร ผมอยู่ที่ไหนก็ได้ในประเทศที่น่าอยู่ ประเทศนี้  นายเชตวัน ระบุ