เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. – นายก อบจ.น่าน พรรคก้าวไกล ผู้แทนปชช. ไม่ใช่ผู้แทนนายทุน

วิเคราะห์การเมืองน่าน โดยเปี่ยมศักดิ์ แพทยกุล

นอกจากประกาศรับรองว่าที่ผู้สมัคร สส.ทั้ง 3 เขตของพรรคก้าวไกลจังหวัดน่าน อันประกอบด้วยเขต 1 เชาว์วิชญ์ อินน้อย เขต 2 อภิชาต จ่าแสน และเขต 3 เจริญ อภิภัทรโกศล

การลงฝังตัวและเกาะติดกับสภาพปัญหาสังคม ด้วยบรรดาเครือข่ายในทุกพื้นที่ จึงมีความมั่นใจและเข้าใจปัญหา ภายใต้ hashtags อันเป็น Concept หรือความคิดรวบยอดว่า #ผู้แทนประชาชน_ไม่ใช่ผู้แทนนายทุน

น่าสนใจอย่างยิ่ง! ตรงที่นอกจากการเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครส..น่านทั้ง 3 เขตนั้น พรรคของคนรุ่นใหม่นี้ก็ยังได้เตรียมว่าที่ผู้สมัครเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด” (อบจ.) น่านแฝงไว้ด้วย

น่าสนใจตรงที่ ว่าที่ผู้สมัครนายก อบจ.น่าน ไม่ว่าจะเกิดขึ้นตอนนี้ หรือยังไม่เกิดในตอนไหน การสรรหาบุคคลดังกล่าวอย่างพิถีพิถัน นับเป็นการให้เกียรติสังคมประชาชน อยู่ในท่วงทีที่งดงาม..

พวกเขามิได้หาเสียง นำเสนอการแก้ไขปัญหาในลักษณะป้อนเหยื่อใส่ปากลูกนกมิได้ใช้วิธีเสพติดด้วยประชานิยมหรือแม้กระทั่งประชาสงเคราะห์

เนื่องเพราะกรรณภรณ์ สอนสมฤทธิ์ผู้จัดการมูลนิธิรักษ์ไทยประจำจังหวัดน่าน แม้มิใช่นักเลือกตั้งระดับจัดการฐานคะแนน แต่ด้วยประสบการณ์อันโชกโชนอันสะสมนั้น เธอคือผู้ทรงคุณวุฒิ

ในฐานะอนุกรรมการส่งเสริมการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ .น่าน ตามคำสั่งที่ 52/2565 หรือในฐานะนักพัฒนาการศึกษากลุ่มสตรีนอกระบบ อายุระหว่าง 15 – 35 ปี

คลุกคลีอยู่กับกลุ่มชาติพันธุ์ 5 อำเภอด้านบนของจังหวัดน่าน มากประสบการณ์อยู่ในพื้นที่อำเภอปัว เชียงกลาง ทุ่งช้าง เฉลิมพระเกียรติ และอำเภอบ่อเกลือ ฯลฯ

ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ประชาสังคม ถอดบทเรียนเจาะลึกน่านโมเดล พื้นที่ทดลอง ปฏิรูปการเรียนรู้ เพื่อเด็กนอกระบบที่มีความต้องการพิเศษมุ่งเป้าประสงค์เปลี่ยนการช่วยเหลือแบบสังคมสงเคราะห์ให้เป็นการพัฒนาเสริมสร้างเชิงอำนาจ Empowerment

โดยเบื้องต้นเชื่อว่า การทำงานอย่างยั่งยืนได้นั้น จะต้องให้ชุมชนเข้ามีส่วนร่วมดูแลเด็ก การพัฒนาเครือข่าย การช่วยเหลือส่งต่อ

รวมตลอดถึงการสร้างความตระหนักเรื่องผู้พิการ ผู้ที่มีความต้องการพิเศษ และนำไปสู่การกำหนดนโยบายของผู้มีอำนาจ  เกิดการสนับสนุนงบประมาณที่มากขึ้น

ยิ่งเมื่อกล่าวถึงอุดมการณ์แห่งมูลนิธิรักษ์ไทยที่เธอสังกัดอยู่ ยิ่งเป็นองค์กรพัฒนาที่ไม่แสวงหาผลกำไร ดำเนินงานในประเทศไทยมานานกว่า 30 ปี เพื่อสานต่องานของ CARE International (ประเทศไทย) ในการสร้างชุมชนที่เข้มแข็ง และช่วยเหลือผู้เปราะบาง

ยิ่งสะท้อนเปรียบเทียบได้ถึงการเมืองแนวใหม่ ระหว่างบริหารคะแนน หรือการจัดการท้องถิ่นเชิงลึก ผ่านกระบวนเลือกตั้ง ที่มีประชาชนเป็นผู้ร่วมมอบเจตจำนงให้

โดยพื้นฐานแนวคิดที่สำคัญของการพัฒนา ก็คือ ทิศทางของการเปลี่ยนแปลง (Direction for Change) ในลักษณะที่ก้าวหน้าหรือการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นเท่านั้น

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เอง

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า