สมาคมคนพิการปทุมธานี ม.กรุงเทพ เสวนา “ฟาร์มสามารถ” สายใยแห่งการเรียนรู้

สมาคมคนพิการปทุมธานี ถนนเลียบคลองสอง .คลองสอง .คลองหลวง .ปทุมธานี  จัดงานเสวนาฟาร์มสามารถโดยมี ผศ.ดร.ฤทธิรงค์  จุฑาพฤฒิกร คณบดีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ นายเอกพจน์ ปานแย้ม นายกเทศมนตรีเมืองคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี และนายศุภชีพ ดิษเทศ นายกสมาคมคนพิการแห่งประเทศไทยและประธานมูลนิธิคนพิการไทย ร่วมโต๊ะเสวนา หัวข้อที่ไปที่มาของคำฟาร์มสามารถการเรียนรู้เป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นอย่างไม่สิ้นสุดการเรียนรู้ที่เกิดจากการลงมือปฏิบัติลองผิดลองถูกถือเป็นการเรียนรู้ที่ทรงพลัง มีหน่วยงานราชการ

นายเขื่อน สุปัญบุตร นายกสมาคมคนพิการจังหวัดปทุมธานี  เปิดเผยว่า เมื่อปี 2563 ทางสมาคมคนพิการปทุมธานี ได้ให้มหาวิทยาลัยกรุงเทพเข้ามาช่วยออกแบบ มาตร35 คือพวกเราอยากปลูกผัก ตอนแรกก้คิดว่าปลูกผักสลัดไว้กินกันเอง เหลือก็จะเอาไปขาย ซึ่งเป็นการปลูกผักปลอดสาร 100 เปอร์เซ็นต์ ปลูกด้วยดินแรกก็ไปอบรมและไปเอาดินมาจากสิงห์บุรีผลตอบรับก็ดีขึ้นและมีอาชีพเพิ่มขึ้นอีกกับสมาชิกคนพิการ แต่ก่อนพวกเราขายลอตเตอรี่ ซ่อมวิทยุ ซ่อมโทรทัศน์ เป็นที่มาร่วมกลุ่มปลูกผักกินเองและบางส่วนก็นำไปขาย โดยมีตลาดมาซื้อถึงที่ฟาร์มขายหน้าฟาร์ม 120 บาทต่อกิโลกรัม เราก็ต่อยอดทำน้ำสลัดกินกับผักปลอดสาร และอยากให้มีที่นั่งกินเลยในฟาร์ม จึงให้มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ช่วยออกแบบร้านขายกาแฟ ขายผัก ทำน้ำสลัด น้ำผักสุขภาพ เพื่อเป็นการต่อยยอดผลิตภัณฑ์ให้กับคนพิการ ได้มีอาชีพ และยังเป็นที่ดูงาน ซึ่งทางเราได้จัดทำเป็นวิดิทัศน์ให้ความรู้ให้คนมาเที่ยว และสร้างรายได้ให้คนพิการได้เพิ่มยิ่งขึ้น คนที่แวะมาก็จะสนุกกับกิจกรรมเก็บผักเอง ทำกินกับน้ำสลัด ปัญหาที่ปลูกผักเราไม่พอเพียง เนื่องจากพื้นที่จำกัด ผักที่ปลูกหมุนเวียนไปพอขาย เราจะขยับขยายพื้นที่ให่มากขึ้น ซึ่งหากมีหน่วยงานใดสนใจมาดูงาน ทางสมาคมคนพิการจะมีการสอนแบบลงมือปฏิบัติ สอนตั้งแต่วิถีเพาะเมล็ดต้นกล้า วิถีการผสมดิน ทำปุ๋ยหมักเราพร้อมแนะนำและไปสอนถึงบ้าน

ขณะที่ ผศ.ดร.ฤทธิรงค์  จุฑาพฤฒิกร คณบดีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ กล่าวเสวนาถึง โครงการความสามารถเป็นโครงการความร่วมมือกันระหว่างสมาคมคนพิการปทุมธานีกับมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ในมหาวิทยาลัยฯ ก็จะมีหลาย คณะเข้ามาร่วม สถาปัตยกรรม นิเทศศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ บัญชี และก็ต่อยอดไปเลื่อน ตัวโครงการคือเข้ามาศึกษาคนพิการก่อนว่า เขามีความต้องการอะไร แต่ประเด็นหลัก ทำไงก็ได้ที่เสริมให้เขามีรายได้ มีอาชีพซึ่งมันจะทำให้มีชีวิตที่ดีขึ้น และต่อยอดออกไปให้เขาอยู่ได้ ไม่ใช่อยู่บ้านเฉย และที่สมาคมเดิมเขาปลูกผักอยู่ราคาไม่สูงเป็นผักกวางตุง เราก็มองว่าศักยภาพของเขามันน่าจะทำอะไรที่ได้มากกว่านี้ มันจึงเป็นที่มาของโครงการชื่อควรเป็นฟาร์มสามารถบ่งบอกของเป็นความสามารถของเขาที่มันจะเป็นอะไรก็ได้ คุยกันเสร็จ ในเรื่องของสภาพแวดล้อมเป็นตัวอุปสรรคหลักที่ตัวคนพิการเข้าไปไม่ถึงตัวแปรงผักความจริงเขาเข้าถึง แต่มันยากลำบากมันไม่ค่อยสะดวกเราก็เลยเข้ามาในฐานะสถาปัตยกรรม เข้ามาปรับสภาพแวดล้อมเพื่อให้รถเข็น วีลแชร์มนุษย์ล้อ สามารถจะเข้ามาดูแลแปรงผักของตัวเองได้อย่างสะดวกสบายมากขึ้น แต่เราก็พบอุปสรรคอีกอย่างคือ การที่จะเข็นรถเข้ามาบริเวณต้องมีคนดูแล เนื่องจากต้องใช้พลังเยอะในการทำงาน เรามองว่าเรานต้องมีเทคโนโลยีอะไรบาง ที่เข้ามาสนับสนุนควรต้องมีรดน้ำอัตโนมัติระบบควบคุมอุณหภูมิในโรงเรือนมันจะก็ช่วยประหยัดแรงงานควบคุมโดยใช้มือถือนำเทคโนโลยีตัวเองเข้ามาสนับสนุนในการทำฟาร์มสามารถฟาร์มของคนพิการ เราทำโครงการตั้งเป้าไว้ 3 ปีก่อน ปีแรกคือทำฟาร์มลงเรือนปลูกผักเอาเทคโนโลยีอัตโนมัติเข้ามา ประเด็นต่อมาเรามองว่าแล้วจะขายยังไงเพราะเราตั้งเป้าสุดท้ายว่า เขาจะต้องอยู่ได้ และมีรายได้ที่มั่นคงเรื่องการขายก็เป็นเรื่องสำคัญ ให้ตัวผู้พิการมีรายได้ขายได้ ปีที่สอง เราจึงทำร้านค้าเพื่อเป็นศูนย์การขายเป็นสัญลักษณ์ว่า ใครที่มาเยี่ยมชมที่นี่หรือใคร ที่มาก็จะได้นั่งทานกาแฟ ทำขนม  อาหาร ที่ทานกับผักได้ ไม่ว่าจะน้ำสลัด แซนวิช น้ำผัก โดยใช้ผลผลิตจากแปรงผักที่ปลูกในพื้นที่ นอกจากจะได้มาเยี่ยมชมและยังสามารถเข้ามาเรียนรู้ได้เรียนทักษะในการปลูกผัก ทำน้ำสลัด โดยผู้พิการเป็นพี่เลี่ยงเป็นครู ส่วนใครอยากจะปลูกผักมาเรียนรู้ก็สามารถเข้ามาได้คาดว่าในปีถัดไปจะทำที่ตรงนี้ซึ่งเป็นที่มาของชื่อโครงการฟาร์มสามารถเราเชื่อว่าทุกคนก็สามารถที่จะทำฟาร์มได้

ภายในงานเสวนาฟาร์มสามารถมีหน่วยงานราชการทั้ง พม.ปทุมธานี อบจ.ปทุมธานีและสมาชิกคนพิการ มนุษย์ล้อ เข้ามาร่วมงานฟัง (วันพุธที่ 24..64) ที่ผ่านมา