เข้าพบ “ปวีณา” ช่วยเหลือลูกชายป่วยโรคพุ่มพวง-ต้อหิน ดวงตาใกล้บอดสนิททั้ง 2 ข้าง
แม่สุดแสนดีใจ พาลูกชายวัย 12 ปี เดินทางจากนครศรีธรรมราช เข้าพบ “ปวีณา” ช่วยเหลือลูกชายป่วยโรคพุ่มพวง-ต้อหิน ดวงตาใกล้บอดสนิททั้ง 2 ข้าง “ปวีณา” ประสาน ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี (รพ.เด็ก) รับตัวลูกชายเข้ารักษาทันที
วันที่ 5 พ.ย.69 เวลา 10.30 น. แม่พาลูกชายวัย 12 ขวบ เดินทางจากจ.นครศรีธรรมราช ร้อง “ปวีณา” ขอความช่วยเหลือ เด็กชายคณิศร ด้วงสีทอง หรือ “น้องเชฟ” อายุ 12 ปี ป่วยโรคพุ่มพวง-ต้อหิน ดวงตาใกล้บอดสนิททั้ง 2 ข้าง แพทย์ระบุเซลล์ประสาทตาเสื่อมจากโรค SLE ทำลายประสาทตา จึงขอให้ นายสมศักดิ์ แสงอารยะกุล หรือ โกเช้า สส.นครศรีธรรมราช พรรคกล้าธรรม ช่วยประสาน มูลนิธิปวีณาฯ ส่งขึ้นรถไฟจากนครศรีธรรมราชมาลงที่สถานีกลางบางซื่อ และมูลนิธิปวีณาฯ ไปรอรับมาเข้าพบ นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ ทันที หลังสอบถามรายละเอียด นางปวีณา โทรติดต่อ นายแพทย์อาคม ชัยวีระวัฒนะ ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี (โรงพยาบาลเด็ก) พร้อมให้ข้อมูลรายละเอียดของคนไข้เบื้องต้น ท่าน ผอ. นายแพทย์อาคม ให้มูลนิธิปวีณาฯ พาคนไข้เข้าพบจักษุแพทย์วันรุ่งขึ้นทันที แพทย์ระบุเซลล์ประสาทตาเสื่อมจากโรค SLE ที่เป็นทำลายประสาทตา ขอช่วยเหลือลูกชายด้วย “ปวีณา” ประสาน นายแพทย์อาคม ชัยวีระวัฒนะ ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี (โรงพยาบาลเด็ก) ส่งตัว “น้องเชฟ” เข้ารับการรักษาดวงตาตรวจพบ 1.จอประสาทตาทั้งสองข้างค่อนข้างซีด 2.โรคต้อหินและต้อกระจกทั้งสองข้าง (พบมากเป็นพิเศษที่ตาข้างซ้าย) 3.ดวงตาข้างซ้ายแห้งมาก เกิดจากผลกระทบของโรค SLE ที่ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันไปทำลายต่อมน้ำตา 4.สายตาทั้งสองข้าง: สั้น 50 เอียง 300 ส่วนการมองเห็น ตาข้างขวาพอมองเห็นชัดในระยะ 2 เมตร ส่วนตาข้างซ้ายมองเห็นแต่ไม่ชัดเจน แพทย์ให้ใส่แว่นสายตาเพื่อกระตุ้นและประเมินการเปลี่ยนแปลง พร้อมทั้งให้ยาหยอดตาก่อนนอนทุกวัน และนัดหมายครั้งต่อไป วันที่ 19 ม.ค.70 พร้อมทั้งติดตามการรักษาโรค SLE ควบคู่กันไป หลังพบแพทย์น้องเชฟ ต้องตัดแว่นตา ซึ่งจะต้องเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาครั้งนี้ และค่าตัดแว่นตา เนื่องจากยังไม่ได้ย้ายสิทธิการรักษามาที่โรงพยาบาล โดยมูลนิธิปวีณาฯ ช่วยเหลือค่าใช้จ่ายครั้งทั้งหมด หลังจากนี้แม่จะไปดำเนินการย้ายสิทธิการรักษามาที่โรงพยาบาลเด็ก หากมีนัดพบแพทย์และต้องเดินทางเข้ามากรุงเทพฯ มูลนิธิปวีณาฯ จะดูแลค่าเดินทางพร้อมอำนวยความสะดวกพาไปพบแพทย์และให้ที่พักพิง แม่และน้องเชฟดีใจ ขอบคุณมูลนิธิปวีณาฯ ที่ให้ชีวิตใหม่ ล่าสุด “น้องเชฟ” อาการดวงตาทั้งสองข้างด้านการมองเห็นดีขึ้น ขณะที่แว่นสายตาตัดเสร็จเรียบร้อยจะต้องใส่เป็นประจำ “น้องเชฟ” ดีใจจะได้ไปโรงเรียน แม่สุดซาบซึ้งใจมูลนิธิปวีณาฯ ให้การช่วยเหลืออย่างดียิ่ง “ปวีณา” ขอบคุณ นายแพทย์อาคม ชัยวีระวัฒนะ ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี (โรงพยาบาลเด็ก) ที่ช่วยเหลือให้ “น้องเชฟ” ได้รับการรักษารวดเร็วจนอาการดีขึ้น และขอบคุณ นายสมศักดิ์ แสงอารยะกุล หรือ โกเช้า สส.นครศรีธรรมราช พรรคกล้าธรรม ที่ประสานความช่วยเหลือ “น้องเชฟ” มายังมูลนิธิปวีณาฯ โดยมูลนิธิปวีณาฯ จะติดตามการช่วยเหลือ “น้องเชฟ” ร่วมกับ นายสมศักดิ์ แสงอารยะกุล สส.นครศรีธรรมราช พรรคกล้าธรรม ต่อไป
รายละเอียดความเป็นมา
วันที่ 29 ต.ค. 2569 นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ได้รับเรื่องขอความช่วยเหลือจาก นายสมศักดิ์ แสงอารยะกุล หรือ โกเช้า สส.นครศรีธรรมราช พรรคกล้าธรรม กรณีของ เด็กชายคณิศร ด้วงสีทอง หรือ “น้องเชฟ” อายุ 12 ปี ป่วยเป็นโรค SLE (โรคพุ่มพวง) ขั้นรุนแรง จนส่งผลกระทบให้ดวงตาใกล้บอดสนิททั้งสองข้าง โดยในวันนี้ นางสาวสมฤดี ชำนาญกิจ อายุ 32 ปี ผู้เป็นแม่ ได้พาน้องเชฟเดินทางไกลจาก อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช เข้าพบ นางปวีณา เพื่อขอความช่วยเหลือด้วยน้ำตาและความหวังสุดท้าย หวังเพียงให้ลูกชายได้มีโอกาสรักษาอาการป่วย ชะลอโรคร้าย และสามารถใช้ชีวิตเหมือนเด็กทั่วไปได้อีกครั้ง
นางสาวสมฤดี ผู้เป็นแม่ กล่าวว่า พ่อแม่แยกทางกันตั้งแต่ลูกยังเล็ก น้องเชฟจึงเติบโตมาภายใต้การดูแลของย่า วัย 50 ปี ที่มีอาชีพรับจ้างกรีดยาง ซึ่งมีรายได้ไม่แน่นอน วันไหนฝนตกก็ขาดรายได้ ส่วนพ่อรับจ้างอยู่ปั๊มน้ำมัน และแม่ทำงานรับเลี้ยงหลาน มีรายได้เพียงเดือนละ 5,000 บาท ครอบครัวยากจน แต่ทุกคนก็พยายามสู้เพื่อเลี้ยงดูน้องเชฟให้เติบโต จนกระทั่งปี 2566 ขณะน้องเชฟ อายุได้ 9 ขวบ กำลังเรียนชั้น ป.4 น้องเริ่มมีอาการทานอาหารไม่ได้ เกิดแผลพุพองในปาก ไข้ขึ้นสูงเป็นๆ หายๆ และมีรอยเขียวช้ำตามตัวโดยไม่ทราบสาเหตุ เมื่อพาไปโรงพยาบาลอำเภอ แรกเริ่มหมอวินิจฉัยว่าน้ำท่วมปอด และปอดเป็นฝ้า ต้องติดตามอาการอยู่นานร่วมปี
กระทั่งเดือน พ.ย. 2567 อาการเริ่มรุนแรงขึ้น น้องเชฟมีผื่นปีกผีเสื้อขึ้นที่ใบหน้า บริเวณสันจมูกโอบใต้ตาถึงขมับทั้งสองข้าง ผมร่วง ร่างกายซูบผอมจนนอนซมทั้งวัน ปัสสาวะออกมาเป็นฟองบ่อยครั้ง แพทย์ตรวจพบว่าน้องป่วยเป็น โรค SLE หรือ โรคพุ่มพวง และถูกส่งตัวด่วนไปยังโรงพยาบาลประจำจังหวัด น้องเชฟต้องนอนรักษาตัวด้วยอาการน้ำท่วมปอดนานถึง 22 วัน ก่อนจะเข้ารับการผ่าตัดเนื้อเยื่อไตเพื่อตรวจหาประเภทของโรค SLE และได้รักษากับแพทย์เฉพาะทาง ต้องรับเคมีบำบัด (คีโม) เดือนละครั้ง รวม 7 ครั้ง พร้อมทานยากดภูมิและยาฆ่าเชื้อจำนวนมากเพื่อควบคุมอาการ
น้องเชฟต้องหยุดเรียนบ่อยครั้ง เพราะด้วยอาการป่วยที่หนักหนา ร่างกายเจ็บปวดจนทนไม่ไหว น้องเชฟบอกว่า “หนูไม่อยากอยู่แล้ว เหนื่อยท้อ ไม่อยากรักษาแล้ว เวลามีอาการมันทรมานมาก ถ้าจะตายก็ให้ตายไปเลย สงสารพ่อแม่ย่าที่ต้องพาไปหาหมอตลอด มีแต่ค่าใช้จ่ายค่าเดินทาง…” คำพูดของลูกชายฟังแล้วพ่อแม่หัวใจแทบสลาย ก็ได้แต่กอดลูกและให้กำลังใจว่า “ไม่ต้องห่วง เจ็บป่วยก็หาหมอ พ่อแม่พาไปรักษาได้ เดี๋ยวก็หาย เดี๋ยวก็ดีขึ้น อดทนไว้นะลูก”
ไม่เพียงแต่โรคร้ายที่ทำลายระบบภูมิคุ้มกัน แต่ผลข้างเคียงจากโรค SLE ยังลุกลามเข้าทำลายระบบประสาทตา ทำให้ดวงตาซ้ายของน้องเชฟเริ่มพร่ามัว มองไกลไม่เห็น ส่วนตาขวาสายตาเอียงและเส้นประสาทตาแห้ง
ล่าสุดเมื่อวันที่ 7 ต.ค. 2569 ที่ผ่านมา แพทย์ตรวจพบเพิ่มเติมว่า น้องเชฟเป็นต้อหินที่ตาซ้าย ซึ่งโรคร้ายนี้กำลังทำลายเซลล์ประสาทตาอย่างรวดเร็ว และเสี่ยงที่จะทำให้ “ตาบอดสนิททั้งสองข้าง” ในเวลาอันใกล้ ด้วยฐานะทางบ้านที่ยากจน ครอบครัวจึงตัดสินใจขอความช่วยเหลือผ่าน สส.โกเช้า เพื่อประสานขอความช่วยเหลือมายังมูลนิธิปวีณาฯ
นางสาวสมฤดี กล่าวว่า “ความหวังเดียวของแม่ในตอนนี้ อยากให้น้องอาการดีขึ้นบ้าง หรือแค่ช่วยชะลอโรคอย่าให้ร้ายแรงไปกว่านี้ เพียงขอให้น้องได้มีชีวิตอยู่ต่อไป และช่วยเหลือตัวเองได้ก็พอแล้ว…”
หลังรับเรื่อง นางปวีณา ได้ประสาน นายแพทย์อาคม ชัยวีระวัฒนะ ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี (โรงพยาบาลเด็ก) ทันที พร้อมมอบหมายให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิปวีณาฯ พาน้องเชฟไปพบแพทย์ในวันที่ 30 ต.ค.69 พญ.สุมาลิน ตรัยไชยาพร แพทย์ชำนาญการพิเศษและหัวหน้ากลุ่มงานจักษุวิทยา รพ.เด็ก กล่าวภายหลังจากตรวจดวงตาน้องเชฟ มีความเห็นและสรุปแผนการรักษาดังนี้
1. สภาพดวงตาทั่วไป: จอประสาทตาทั้งสองข้างค่อนข้างซีด
2. โรคทางตาที่พบ: พบโรคต้อหินและต้อกระจกทั้งสองข้าง (พบมากเป็นพิเศษที่ตาข้างซ้าย)
3. ภาวะตาแห้ง: ดวงตาข้างซ้ายแห้งมาก เกิดจากผลกระทบของโรค SLE ที่ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันไปทำลายต่อมน้ำตา
4. ค่าสายตาและการมองเห็น: สายตาทั้งสองข้าง: สั้น 50 เอียง 300
การมองเห็น: ตาข้างขวาพอมองเห็นชัดในระยะ 2 เมตร ส่วนตาข้างซ้ายมองเห็นแต่ไม่ชัดเจน
แนวทางดูแล: แพทย์ให้ใส่แว่นสายตาเพื่อกระตุ้นและประเมินการเปลี่ยนแปลง (แม้การมองเห็นอาจจะไม่ดีขึ้นมากนัก) พร้อมทั้งให้ยาหยอดตาก่อนนอน
5. การนัดหมายครั้งถัดไป: วันที่ 19 มกราคม 2570 แพทย์นัดตรวจตาซ้ำเพื่อประเมินผลหลังสวมแว่นว่าการมองเห็นเปลี่ยนแปลงอย่างไร พร้อมทั้งติดตามการรักษาโรค SLE ควบคู่กันไป
พญ.สุมาลิน ยังระบุอีกว่า สำหรับการรักษาโรคตาและโรค SLE นี้ ไม่สามารถหายขาดได้ เป็นการรักษาเพื่อควบคุมอาการและป้องกันไม่ให้เกิดโรคแทรกซ้อนเพิ่มขึ้น ซึ่งผลลัพธ์จะขึ้นอยู่กับการดำเนินของโรคแต่ละบุคคล
นางสาวสมฤดี แม่น้องเชฟ กล่าวว่า ขอบคุณท่านปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ และนายสมศักดิ์ แสงอารยะกุล หรือ โกเช้า สส.นครศรีธรรมราช พรรคกล้าธรรม หลังจากที่ท่านปวีณา ทราบเรื่องได้ให้การช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว มูลนิธิปวีณาฯ พาน้องเชฟไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาล น้องได้ตรวจตาอย่างละเอียด และทำการตัดแว่นตาช่วยในการมองเห็น หลังหยอดตาที่หมอให้มาน้องบอกว่า “อาการดีขึ้นมาก” ซึ่งยังต้องมาพบแพทย์ตามนัดตลอด ทั้งติดตามการรักษาโรค SLE และดวงตาทั้งสองข้าง ขอบคุณท่านปวีณา และมูลนิธิปวีณาฯ ที่ให้การช่วยเหลือให้ที่พักอาศัย ค่าเดินทาง และค่าใช้จ่ายในการรักษา
นางปวีณา กล่าวว่า ขอบคุณ นายแพทย์อาคม ชัยวีระวัฒนะ ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี (โรงพยาบาลเด็ก) ที่ช่วยเหลือรับ “น้องเชฟ” เข้ารับการรักษารวดเร็วจนอาการดีขึ้น และขอบคุณ นายสมศักดิ์ แสงอารยะกุล หรือ โกเช้า สส.นครศรีธรรมราช พรรคกล้าธรรม ที่ประสานความช่วยเหลือ “น้องเชฟ” มายังมูลนิธิปวีณาฯ โดยมูลนิธิปวีณาฯ จะติดตามการรักษาจนกว่า “น้องเชฟ” จะอาการดีขึ้น และจะติดตามการช่วยเหลือ “น้องเชฟ” ร่วมกับ นายสมศักดิ์ แสงอารยะกุล สส.นครศรีธรรมราช ต่อไป