ถวายรางวัลโพธิคยานาคาธิบดีแด่พระพรหมศากยวงศ์วิสุทธิ์
วันที่ 2 สิงหาคม 2569 คณะของสถาบันโพธิคยาวิชชาลัย980 ประกอบด้วย ดร.สุภชัย วีระภุชงค์ เลขาธิการสถาบันโพธิคยาฯ พลเอกนินนาท เบี้ยวไข่มุก และนายเกษม มูลจันทร์ รองเลขาธิการสถาบันโพธิคยาฯ ร่วมถวายรางวัลโพธิคยานาคาธิบดี ครั้งที่ 4 ในสาขาส่งเสริมกิจการพระพุทธศาสนาแด่ “พระพรหมศากยวงศ์วิสุทธิ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร และที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 6-7 (ธรรมยุต)
ก่อนถวายรางวัลโพธิคยานาคาธิบดี ดร.สุภชัย เลขาธิการสถาบันโพธิคยาฯได้อ่าน”คำประกาศเกียรติคุณ เพื่อยกย่อง เชิดชูเกียรติ และประกาศคุณงามความดี ที่ได้อุทิศตนเพื่อพระพุทธศาสนา
สาขาส่งเสริมกิจการพระพุทธศาสนา





พระพรหมศากยวงศ์วิสุทธิ์ (อนิลมาน ธมฺมสากิโย) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร และที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 6-7 (ธรรมยุต) เป็นพระเถระที่มีบทบาทโดดเด่นด้านการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในระดับนานาชาติ การศึกษาพระพุทธศาสนา และการสร้างความเข้าใจระหว่างศาสนาและวัฒนธรรมต่าง ๆ ท่านเป็นอดีตพระสงฆ์ชาวเนปาลเชื้อสายศากยะ ผู้เข้ามาศึกษาและจำพรรษาในประเทศไทยเป็นเวลายาวนาน
พระเดชพระคุณพระพรหมศากยวงศ์วิสุทธิ์ ทำหน้าที่เป็น “สะพานเชื่อม” ระหว่างพระพุทธศาสนาไทยกับนานาชาติ เนื่องจากความสามารถด้านภาษา ท่านจึงได้รับเชิญไปบรรยาย ประชุมวิชาการ และร่วมกิจกรรมทางพุทธศาสนาในระดับสากล และมีบทบาทกับ“องค์การพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก” ช่วยเผยแพร่พุทธศาสนาเถรวาทสู่เวทีโลก
พระพรหมศากยวงศ์วิสุทธิ์ เป็นพระนักวิชาการที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง แนวคิดสำคัญ คือ เรียนพระพุทธศาสนาให้เกิดปัญญา ศึกษาและเข้าใจบริบททางประวัติศาตร์ เชื่อมโยงธรรมวินัยกับชีวิตร่วมสมัย อีกทั้งท่านยังเป็นพระเถระที่สื่อสารกับคนรุ่นใหม่ได้ดีลักษณะการบรรยายเน้นการใช้เหตุผล การตั้งคำถามเชิงปรัชญา การอธิบายธรรมะด้วยภาษาร่วมสมัย และการเชื่อมโยงพุทธศาสนากับชีวิตประจำวัน

อีกบทบาทหนึ่งที่ท่านได้รับการยอมรับมากคือ “การสร้างบทสนทนาระหว่างศาสนา“ ด้วยภูมิหลังที่เติบโตในสังคมพหุวัฒนธรรม ท่านจึงสนับสนุนแนวคิดเคารพในความแตกต่าง การอยู่ร่วมกันอย่างสันติ รวมถึงการใช้หลักเมตตาและปัญญาแก้ปัญหาความขัดแย้ง
คำสอนและการบรรยายของพระเดชพระคุณพระพรหมศากยวงศ์วิสุทธิ์สะท้อนแนวคิดว่า พระพุทธศาสนาไม่ใช่เพียงพิธีกรรม แต่เป็นกระบวนการพัฒนาปัญญาและความเข้าใจชีวิต ท่านเน้นการเรียนรู้พระธรรมอย่างลึกซึ้ง ควบคู่กับการปฏิบัติจริง และมองว่าหน้าที่สำคัญของคณะสงฆ์ยุคใหม่คือการทำให้ประชาชนเข้าถึงแก่นแท้ของพระพุทธศาสนา ไม่ใช่เพียงรูปแบบภายนอก
ความหมายของรางวัลโพธิคยานาคาธิบดี
รางวัลโพธิคยานาคาธิบดี เป็นรางวัลที่ยกย่อง เชิดชูเกียรติ และประกาศเกียรติคุณแก่บุคคล คณะบุคคล และองค์กร ที่มีผลงานโดดเด่นด้านสนับสนุน ส่งเสริม เผยแผ่ และพิทักษ์พระพุทธศาสนา
ชื่อ “โพธิคยานาคาธิบดี”มีความหมายลึกซึ้ง กล่าวคือ
*โพธิ หมายถึง ปัญญาแห่งการตรัสรู้และความตื่นรู้
*คยา หมายถึง ดินแดนแห่งการตรัสรู้ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
* นาคาธิบดี หมายถึง ผู้เป็นใหญ่ ผู้ทรงคุณธรรม เปรียบประดุจพญานาคผู้พิทักษ์พระสัทธรรม
สำหรับรางวัลโพธิคยานาคาธิบดี ประจำปี 2569 มีผู้ได้รับรางวัล 6 รางวัล ประกอบด้วย พระเถระ 2 รูป ฆราวาส 3 ท่าน และ 1 องค์กร คือ ใน 3 สาขา คือ
สาขาส่งเสริมกิจการพระพุทธศาสนา
1).พระมหารัชมงคลมุนี หรือ ”สมเด็จธงชัย“ สมเด็จพระราชาคณะฝ่ายมหานิกาย เจ้าคณะใหญ่หนกลาง ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยาราม วรวิหาร
2).พระพรหมศากยวงศ์วิสุทธิ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 6-7 ธรรมยุต
3).นายแพทย์บัญชา พงษ์พานิช กรรมการและเลขานุการมูลนิธิหอจดหมายเหตุ พุทธทาส อินทปัญโญ
4).มูลนิธิปิลันธน์โอวาท องค์กรสาธารณกุศล ที่ยึดหลักพุทธศาสนาเป็นรากฐานสำคัญ
สาขาพุทธศิลป์
5).นายสันติ พิเชษฐชัยกุล ประติมากรไทยระดับโลก ผู้มีชื่อเสียงด้านการปั้นรูปเหมือนบุคคล


สาขาสื่อสารมวลชนเพื่อพุทธศาสนา
6).ดร.อธิป อัศวานันท์ ผู้สื่อสารธรรมะเชิงปฏิบัติ เพื่อนำพุทธศาสนาไปสู่การปฏิบัติจริง
สำหรับพิธีมอบรางวัลโพธิคยาครั้งที่ 4 ได้จัดขึ้นเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2569 ที่ลานพญาภุชงค์นาคราช องค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่