วันอัฏฐมีบูชา วันถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
เหตุการณ์ในวันนี้ เป็น “บทเรียนสุดท้าย” ที่พระพุทธองค์ทรงทิ้งไว้ให้โลกได้เห็นประจักษ์แก่ตา
สัจธรรมที่ว่า… แม้แต่สรีระร่างกายของมหาบุรุษผู้ประเสริฐที่สุดในโลก ผู้ทรงหมดสิ้นแล้วซึ่งกิเลสทั้งปวง ท้ายที่สุดก็ยังหนีไม่พ้นกฎของธรรมชาติ ต้องแตกดับและสลายกลายเป็นเถ้าธุลีไปในที่สุด ไม่มีมนุษย์หรือสรรพสิ่งใดบนโลกที่จะฝืนคำว่า “ไม่เที่ยง” ไปได้เลย
เมื่อหันกลับมามองชีวิตเรา… ความทุกข์ใจแสนสาหัสที่เราแบกรับอยู่ทุกวันนี้ ล้วนเกิดจากการที่เราไป “ยึดมั่นถือมั่น” ว่าทุกสิ่งจะต้องคงอยู่ตลอดไป เรายึดร่างกาย ยึดทรัพย์สิน ยึดคนรัก ยึดแม้กระทั่งความโกรธและความเศร้าเอาไว้แน่น

ไฟที่เผาพระพุทธสรีระนั้น ดับลงไปแล้วเมื่อสองพันกว่าปีก่อน…
แต่เปลวเพลิงแห่งความอยาก และความยึดติด ยังคงลุกโชนและแผดเผาใจของพวกเราอยู่ทุกขณะจิต
วันอัฏฐมีบูชา จึงเป็นวาระสำคัญที่เราควรดึงสติกลับมาพิจารณาความจริงข้อนี้ เมื่อเห็นแล้วว่าไม่มีสิ่งใดในโลกที่ยั่งยืน หรือเป็นของเราอย่างแท้จริง ก็จงเรียนรู้ที่จะ “ปล่อยวาง”
ไม่ต้องรอให้ถึงวันที่ร่างกายแตกดับ แต่ให้เริ่มใช้ปัญญาดับไฟแห่งความยึดมั่นในใจตนเองเสียตั้งแต่วันนี้ เพราะเมื่อยอมรับความจริง และเลิกกำสิ่งต่างๆ ไว้แน่น… เปลวเพลิงแห่งความทุกข์ย่อมสิ้นเชื้อ และความสงบเย็นที่แท้จริงก็จะบังเกิดขึ้นในใจเรา
“ไฟทางโลก… เผาทำลายได้เพียงร่างกายสังขาร แต่ไฟทางธรรม คือสติและปัญญา… จะช่วยดับความรุ่มร้อนในจิตใจได้อย่างถาวร”
#คติธรรมพระราชโพธิวิเทศวัชรมุนี
วัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ อินเดีย
