คณะพระธรรมทูตสายประเทศอินเดีย-เนปาล ร่วมประชุมและแสดงปาฐกถาธรรม บนเวทีวิสาขบูชานานาชาติ ครั้งที่ ๒๑ ณ ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ (UNESCAP)
วันที่ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๙ พระเดชพระคุณ พระพรหมวชิรโพธิวงศ์ เจ้าอาวาสวัดไทยพุทธคยา หัวหน้าพระธรรมทูต สายประเทศอินเดีย-เนปาล พร้อมด้วย พระราชโพธิวิเทศวัชรมุนี วิ. เจ้าอาวาสวัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ เลขาธิการพระธรรมทูต สายประเทศอินเดีย-เนปาล และคณะพระธรรมทูตฯ ได้เดินทางเข้าร่วมงานเฉลองวันวิสาขบูชานานาชาติ ครั้งที่ ๒๑ วันสำคัญสากลของโลก (The 21st United Nations Day of Vesak Celebration 2026) ณ ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ (UNESCAP) กรุงเทพมหานคร ร่วมกับประมุขสงฆ์และผู้แทนองค์กรพุทธศาสนาจากทั่วโลก


ในการประชุมระดับนานาชาติครั้งนี้ จัดขึ้นภายใต้แนวคิดหลักคือ “พุทธปัญญาในการส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืนในระดับโลกและการสร้างอนาคตร่วมกันของมวลมนุษยชาติ” (Buddhist Wisdom in Promoting Global Sustainable Development and Building a Shared Future for Humanity / लोबल सस्टेनेबल डेवलपमेंट को बढ़ावा देने और मानवता के लिए एक साझा भविष्य बनाने में बौद्ध ज्ञान)
ในโอกาสนี้ พระเดชพระคุณ พระพรหมวชิรโพธิวงศ์ ในฐานะหัวหน้าพระธรรมทูต สายประเทศอินเดีย-เนปาล ได้ขึ้นแสดงสัมโมทนียกถาพิเศษในหัวข้อ “สารัตถะแห่งวันวิสาขบูชา: ปริศนาธรรมเพื่อการดูแลบุคคล ๓ ช่วงวัย” โดยน้อมนำหลักพุทธธรรมและปริศนาธรรมจากพุทธประวัติ มาขยายความสู่แนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืนผ่านการบริหารจัดการชีวิตมนุษย์ ๓ ช่วงวัย ดังนี้

๑. เหตุการณ์ประสูติ (ปริศนาธรรมแห่งวัยเยาว์): สะท้อนผ่านการดำเนิน ๗ ก้าวของพระราชกุมาร ชี้ให้เห็นว่ามนุษย์ทุกคนพึงฝึกฝนตนเองให้สามารถยืนหยัดและพึ่งพาตนเองได้ สังคมและผู้ใหญ่จึงมีหน้าที่ในการชี้แนะแนวทาง ประคับประคอง และปลูกฝังปัญญาทางธรรม เพื่อให้เยาวชนเติบโตอย่างมีคุณภาพ
๒. เหตุการณ์ตรัสรู้ (ปริศนาธรรมแห่งวัยผู้ใหญ่): เปรียบเสมือนช่วงวัยทำงานที่ต้องเผชิญกับภาระหน้าที่และอุปสรรคทางโลก จึงจำเป็นต้องน้อมนำ “สติและปัญญา” มาเป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการชีวิต ถอดบทเรียนจากอดีต และชำระล้างจิตใจให้ปราศจากความขุ่นมัว เพื่อความมั่นคงสงบร่มเย็น

๓. เหตุการณ์ปรินิพพาน (ปริศนาธรรมแห่งปัจฉิมวัย): ช่วงเวลาแห่งการตกผลึกชีวิตในบั้นปลาย ที่ชวนให้ระลึกถึงมรดกความดีงามที่จะหลงเหลือไว้แก่โลก เฉกเช่นที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงอุทิศพระชนม์ชีพบำเพ็ญประโยชน์และประดิษฐาน “พระธรรมคำสอน” ไว้เป็นประทีปส่องทางแก่อนุชนรุ่นหลัง

การเข้าร่วมประชุมและแสดงปาฐกถาธรรมในครั้งนี้ ถือเป็นบทบาทสำคัญของคณะพระธรรมทูตสายประเทศอินเดีย-เนปาล ในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาบนเวทีโลก เพื่อชี้ให้เห็นว่าแก่นแท้ของวันวิสาขบูชา มิได้จำกัดอยู่เพียงการประกอบพิธีกรรม หากแต่นำมาประยุกต์ใช้เพื่อการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์รอบด้าน และสร้างความผาสุกร่มเย็นให้แก่สังคมโลกได้อย่างยั่งยืน
