ศาสนา-ศิลปวัฒนธรรม

พิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ(MOU) และงานเปิดตัวหนังสือ “ธรรมะไร้พรมแดน”

เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวราบงานว่าสถาบันโพธิคยา วิชชาลัย 980
จัดให้มีงานการแถลงข่าว พิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ(MOU) และงานเปิดตัวหนังสือ “ธรรมะไร้พรมแดน”ที่ชั้น 6 บริษัทไทยนครพัฒนา
โดยมีพระเมธีวรญาณ ประธานคณะกรรมการบริหารสถาบันโพธิคยา นายอภัย จันทนจุลกะรองประธานสถาบันฯ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นางสาวทิพย์วรรณ วีระภุชงค์ กรรมการมูลนิธิวีระภุชงค์ นายเกษม มูลจันทร์รองเลขาสถาบันฯ นายสุรพล สุรพล มณีพงษ์ รองเลขาธิการสถาบันฯ อดีตเอกอัครราชทูตประจำกระทรวงการต่าง และกรรมการสถาบันโพธิคยาฯ

มี นายสุภชัย วีระภุชงค์ เลขาธิการสถาบันโพธิคยาวิชชาลัย นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ อดีต รมว.ต่างประเทศ รองเลขาธิการสถาบันโพธิคยาฯ นายประชันต์ ชาร์มา ประธาน dharma Alliance แห่งเจนีวา สวิส ลงนามใน MoU ระหว่าง Dharma Alliance กับสถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980 .ในหัวข้อ การส่งเสริมผลักดันภาวะผู้นำเชิงธรรมะในการกำหนดนโยบายระดับโลก


เสาหลักสำคัญ (Three Pillars):
๏ การสะท้อนจริยธรรม (Ethical Reflection): การนำคณค่าทางธรรมมาเป็นกรอบศีอบศีลธรรมใน
การประเมินและกำหนดนโยบายระดับโลก
การสนทนาระหว่างอารยธรรม (Inter-civilizational Dialoque): การใช้ธรรมะเป็นสื่อกลาง
ในการสื่อสารและสร้างความเข้าใจท่ามกลางความหลากหลายทางวัฒนธรรมและความเชื่อ
ความร่วมมือพหุภาคี (Multilateral Engagement): การเสริมสร้างบทบาทของหลักธรรม
สากลโนระบบระหว่างประเทศ เพื่อตอบโจทย์ความท้าทายที่ขับช้อนของมนุษองมนุษชาติ
ความร่วมมือเชิงโครงสร้างนี้คือกลไกสำคัญที่จะขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมายสูงสุด นั่นคือการทำให้ธรรมะกลายเป็นจุด
เปลี่ยนสำคัญของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ


คุณมาริษ เสงี่ยมพงษ์ อดีตรัฐมตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ รองเลขาธิการสถาบันโพธิคยา
วิชชาลัย 980 : ธรรมะในฐานะ “จุดเปลี่ยนแกม” (Game Changer) ของโลก
ในมุมมองของนักการทูตผู้มีประสบการณ์ คุณมาริษ เสงี่ยมพงษ์ ได้นำเสนอแนวคิดเชิงยุทธศาสตร์ที่แหลมคม โดย
นิยามว่าการเคลื่อนไหวครั้งนี้คือ “จุดเปลี่ยนเกม” (Game Changer) ที่แท้จริงของโลก:
ปฏิญญากรุงเทพฯ ฉบับที่สอง: คุณมาริษเปรียบเทียบว่า หากปฏิญญากรุงเทพฯ ครั้งแรกคือการกำเนิด
ของ ASEAN ปฏิญญาครั้งนี้ที่เกิดขึ้น ณ สหประชาชาติ ก็คือ “ปฏิญญากรุงเทพฯ ฉบับที่สอง” เพื่อ
สถาปนา “ประชาคมแห่งธรรม” (Dharma Community) ให้เกิดขึ้นในระดับสากล
สิทธิมนุษยชน vs. จริยธรรมสากลแห่งธรรม: ความแตกต่างที่สำคัญคือ “สิทธิมนุษยชน” (Human
Rights) เป็นกฎเกณฑ์ที่เกิดจากการตีความและมักถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง (Subjective) แต่
“คุณค่าสากลแห่งธรรม” (Universal Value of Dharma) คือ “กฎธรรมชาติ” (Natural Law) ซึ่ง
เป็นกฎสากลที่ไม่มีใครปฏิเสธได้ และเป็นพื้นฐานที่มนุษย์ทุกคนมีร่วมกันอย่างเท่าเทียม
ห่วงโซ่แห่งคุณค่า (Value Chain of Dharma): เพื่อให้นำไปสู่ภาคปฏิบัติ คุณมาริษเสนอการ
ขับเคลื่อนผ่านกระบวนการ:
ต้นน้ำ (ปริยัติ): การศึกษาทฤษฎีและคำสอนที่เป็นสากล
๐ กลางน้ำ (ปฏิบัติ): การนำไปสู่ภาคปฏิบัติ โดยเฉพาะโครงการ World Meditation Day ใน
ระดับ UNGA (UN General Assembly) เพื่อสร้างสันติภาพจากภายใน
ปลายน้ำ (ปฏิเวธ): ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมคือโลกที่สงบสุขและยั่งยืน
บทวิเคราะห์นี้ชี้ให้เห็นว่าการนำธรรมะมาเป็น Soft Power ในเชิงนโยบาย จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการจัดการ
กับความไม่แน่นอนของโลกในปัจจุบัน

บทสรุป: ก้าวต่อไปของธรรมะไร้พรมแดน
พิธีลงนาม MOU ระหว่าง BGVI และ Dharma Allance ในวันนี้ คือหมุดหมายประวัติศาสตร์ของการเปลี่ยนผ่าน
ยุคสมัยจากการใช้ อำนาจเป็นธรรม ไปสู่การใช้ “ธรรมเป็นอำนาจ” อย่างเป็นรูปธรรมในเวทีโลก ภาพของการ
ประสานมือกันระหว่างสถาบันที่มีรากฐานจากสุวรรณภูมิและภาคีจากศูนย์กลางพหุภาคีนิยมในเจนีว่า คือคำมั่น
สัญญาต่อประชมคมโลก
ในก้าวถัดไป “ความเมตตา” และ “ภาวะผู้นำทางจริยธรรม” จะไม่เป็นเพียงคำสอนในคัมภีร์ แต่จะถูก
ยกระดับให้กลายเป็น เข็มทิศใหม่ของโลก ที่ถูกบรรอยู่ในมาตรฐานและกฎหมายระหว่างประเทศ เพื่อมุ่งสู่
เป้าหมายปี 2030 และทศวรรษต่อจากนั้นที่ คุณค่าสากลแห่งธรรม จะกลายเป็นบรรทัดฐานที่นำพามวล
มนุษยชาติไปสู่สันติภาพที่ยั่งยืนและไร้พรมแดนอย่างแท้จริง

ความเป็นสากลเหนือพรมแดนะ วิสัยทัศน์นี้ก้าวพ้นขอบเขตของศาสนาและสายพันธุ์

โดย ดร. สุภชัย ได้
ยกอุปมาว่าแม้แต่ “มนุษย์ต่างดาว” ที่ทรงภูมิปัญญาก็ย่อมต้องมีธรรมะเป็นพื้นฐานในการพัฒนาเทคโนโลยี
เพื่อความรอดพ้นจากการทำลายตนเอง เป้าหมายสูงสุดจึงเป็นการ “ปักเทียนแห่งธรรม” เล่มแรกจากลุ่ม
น้ำโขงและสุวรรณภูมิ เพื่อส่งต่อแสงสว่างนี้ไปสู่ทุกทวีปทั่วโลก
การวางรากฐานทางจิตวิญญาณที่แข็งแกร่งนี้เอง ที่เป็นเสมือนเชื้อไฟสำคัญในการส่งต่อไปยังภาคีเครือข่ายระดับ
โลก เพื่อขยายผลสู่การกำหนดบรรทัดฐานในเวทีพหภาคีต่อไป
3. Mr. Prashant Sharma Co-Founder and President, Dharma Alliance, Geneva: 015


ปฏิรูปบรรทัดฐานโลกด้วยปรัชญาตะวันออก
ในสภาวะที่ระบบโลกปัจจุบันตกอยู่ภายใต้ความตึงเครียด (Global Systems under Stress) ความต้องการมอง
หาทางเลือกใหม่จึงเกิดขึ้น ณ นตรเจนีว่า ซึ่งเป็นศูนย์กลางพหุภาคีนิยมของโลก Mr. Prashant Sharma ได้ชี้ถึง
ความจำเป็นในการนำภูมิปัญญาตะวันออกเข้าสู่โต๊ะเจรจา:
ㆍเจนีวาในฐานะจุดยุทธศาสตร์การกำหนดนโยบาย: การจัดตั้ง Dharma Alliance ณ นครเจนีวา มี
เป้าหมายเพื่ออุดช่องว่างทางประวัติศาสตร์ เนื่องจากมาตรฐานโลกเดิมถูกกำหนดขึ้นโดยปราศจาก
ตัวแทนของหลักธรรมฝั่งตะวันออก การมีตัวแทนใน “Multilateral Hub” แห่งนี้ จึงเป็นการสร้าง


ความก้าวหน้าทางการทูต (Diplomatic Breakthrough) ที่ทำให้เสียงของภูมิปัญญาตะวันออกถูกรับ
ฟังอย่างเป็นทางการ


ㆍ การสร้างบรรทัดฐานใหม่ (Normative Shift): ความสำเร็จในการบรรจุดำศัพท์เชิงจริยจริยธรรม เช่น
“Compassion” (ความเมตตา) และ “Empathy” (ความเข้าใจผู้อื่น) เข้าสู่มาตรฐานสากลของ UN
ถือเป็นก้าวแรกของการปฏิรูปวิธีคิดในเวทีโลก ซึ่งเป็นการสร้าง “สะพาน” เชื่อมโยงความขัดแย้งผ่านภาษา
ทางจริยธรรม
ㆍ วิสัยทัศน์ 2030 (The Imprint of Dharma): ในขณะที่วงจร Sustainable Development Goals
(SDGs) กำลังจะสิ้นสุดลงในปี 2030 และโลกกำลังเริ่มร่างมาตรฐานใหม่สำหรับทศวรรรษถัดไป Dharma
Alliance ตั้งเป้าที่จะประทับตราแห่งธรรม (Imprint of Dharma) ลงในมาตรฐานโลกใหม่เพื่อให้


ธรรมะกลายเป็นแกนกลางในการแก้ปัญหาวิกฤตการณ์โลก ทั้งด้านความขัดแย้งและสิ่งแวดล้อม
ยุทธศาสตร์การแทรกซึมทางความคิดในระดับนโยบายนี้ จำเป็นต้องมีโครงสร้างการทำงานที่ชัดเจนเพื่อรองรับการ
เปลี่ยนแปลงเชิงระบบในระยะยาว
4. คุณวีนา อุปัทยา ผู้ช่วยเลขาธิการฝ้ายต่างประเทศ สถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980: โครงสร้างและ
เสาหลักของความร่วมมือ
เพื่อให้วิสัยทัศน์ระดับโลกเกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม คุณวีนา อุปัทยา ได้สรุปโครงสร้างของ MOU ครั้งนี้ในฐานะ
กรอบการทำงานเชิงสังคมและวัฒนธรรมที่มีความเป็นสากล (Inclusive Framework):
ㆍนิยามของ Dharma Alliance: เป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่รวบรวมแก่นธรรมจากหลากหลายความ
เชื่อในตะวันออก ทั้งพุทธ ฮินดู เซน และซิกข์ เพื่อยกระดับสู่บทสนทนาระดับสากลด้านสันติภาพและการ
พัฒนา
ㆍ 3 เสาหลักสำคัญ (Three Pillars):
ㆍ การสะท้อนจริยธรรม (Ethical Reflection): การนำคุณค่าทางธรรมมาเป็นกรอบศีลธรรมใน
การประเมินและกำหนดนโยบายระดับโลก
ㆍ การสนทนาระหว่างอารยธรรม (Inter-civilizational Dialogue): การใช้ธรรมะเป็นสื่อกลาง
ในการสื่อสารและสร้างความเข้าใจทำมกลางความหลากหลายทางวัฒนธรรมและความเชื่อ
ㆍ ความร่วมมือพหุภาคี (Multilateral Engagement): การเสริมสร้างบทบาทของหลักธรรม
สากลไมระบบระหว่างประเทศ เพื่อตอบโรทย์ความท้าทายที่ขับขับข้อบของมษชาติ
ความร่วมมือเชิงโครงสร้างนี้คือกลไกสำคัญที่จะขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมายสูงสุด นั่นคือการทำให้ธรรมะกลายเป็นจุด
เปลี่ยนสำคัญของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
5. คุณมาริษ เสงี่ยมพงษ์ อดีตรัฐมตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ รองเลขาธิการสถาบันโพธิคยา
วิชชาลัย 980 : ธรรมะในฐานะ “จุดเปลี่ยนเกม” (Game Changer) ของโลก
ในมุมมองของนักการทูตผู้มีประสบการณ์ คุณมาริษ เสงี่ยมพงษ์ ได้นำเสนอแนวคิดเชิงยุทธศาสตร์ที่แหลมคม โดย
นิยามว่าการเคลื่อนไหวครั้งนี้คือ “จุดเปลี่ยนเกม” (Game Changer) ที่แท้จริงของโลก:
ㆍปฏิญญากรุงเทพฯ ฉบับที่สอง: คุณมาริษเปรียบเทียบว่า หากปฏิญญากรุงเทพฯ ครั้งแรกคือการกำเนิด
ของ ASEAN ปฏิญญาครั้งนี้ที่เกิดขึ้น ณ สหประชาชาติ ก็คือ “ปฏิญญากรุงเทพฯ ฉบับที่สอง” เพื่อ
สถาปมา “ประชาคมมแห่งธรรม” (Dharma Community) lity) ขึ้นในระดับสากสากล
สิทธิมนุษนุษยชน vs. จริยธรรมสากลแห่งธ เรม: 6 วามแตกต่างที่สำคัญคือ “สิทธิมนุยช (” (Humaก
Rights) เป็นกฎเกณฑ์ที่เกิดจากการตีความและมักถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง (Subjective) แต่
“คุณค่าสากลแห่งธรรม” (Universal Value of Dharma) คือ “กฎธรรมชาติ” (Natural Law) ซึ่ง

รายงานสรุปวิสัยทัศน์และการขับเคลื่อน “คุณค่าสากลแห่งธรรม” สู่เวทีระดับโลก: พิธีลงนาม
MOU ระหว่าง สถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980(BGVI) และ Dharma Alliance
1. บทนำ: บริบทเชิงกลยุทธ์ของความร่วมมือในระดับสากล
ในยุคสมัยที่ระเบียบโลกตั้งเดิมกำลังเผชิญกับวิกวิกฤตความขัดแย้งเชิงโครงสร้างและความผันผวนที่ไม่อาจคาดการณ์
ได้ การแสวงหาทางออกที่ยั่งยืนผ่าน กระบวนทัศน์จริยธรรม (Ethical Paradigm) จึงกลายเป็นวาระเร่งด่วนใน
ระดับพหุภาคี พิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่าง สถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980
(Bodhigayavijalaya 980 Institute – BGVI) และ ภาคีเครือข่ายด้านสันติภาพและมนุษยธรรมระดับสากล
(Dharma Alliance) จึงเป็นมากว่าข้อตกลงความร่วมมือทั่วไป แต่คือการดำเนินยุทธศาสตร์ การทูตเชิง
วัฒนธรรม (Cultural Diplomacy) เพื่อสถาปนา “ภูมิปัญญาตะวันออก” ให้เป็นแกนกลางของบรรทัดฐานโลก
ใหม่
หัวใจสำคัญของความเคลื่อนไหวนี้คือการต่อยอดความสำเร็จจาก “ปฏิญญากรุงเทพฯ” (Bangkok
Dectaration) ในเวทีการประชุม Faith for Rights (F4R) ซึ่งสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการบรรจุคำว่า “ธรรมะ”
(Dharma) เข้าสู่เอกสารทางการขององค์การสหประชาชาติ (UN) เป็นครั้งแรกในรอบ 80 ปี ความสำเร็จดังกล่าว
ถือเป็น จุดยุทธศาสตร์ (Strategic Anchor) ที่จะเปลี่ยนจากเพียงการเผยแผ่ศรัทธาส่วนบุคคล ไปสู่การ
ขับเคลื่อนเชิงนโยบายระดับสากล โดยมีผู้นำสถาบันเป็นผู้ริเริ่มวิสัยทัศน์ที่เชื่อมโยงรากแก้วแห่งอดีตเข้ากับอนาคต
ของมวลมนุษยชาติ
2. ดร. สุภชัย วีระภุชงค์ เลขาธิการสถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980 : จากรากแก้วแห่งศรัทธาสู่
“อำนาจแห่งธรรม”
การสร้างสถาบันที่มีความมั่นคงทางจริยธรรมเพื่อเป็นที่พึ่งให้แก่สังคมโลก จำเป็นต้องมีรากฐานที่ลึกซึ้งและทรง
พลัง ดร.สุภชัย วีระภุชงค์ เลขาธิการสถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980 ได้ฉายภาพวิสัยทัศน์เชิงประวัติศาสตร์ที่
เชื่อมโยงกับอัตลักษณ์ของไทยและพุทธศาสนาอย่างมีนัยสำคัญ:
ㆍ รหัส 980: สัญลักษณ์แห่งธรรมิกราชาและพุทธะ: สถาบันถือกำเนิดจากโครงการอุปสมบบบหมู่เพื่อถวาย
เป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
(รัชกาลที่ 9) โดยตัวเลข “980” นอกจากจะสื่อถึงพระชนมพรรษา 80 พรรษาของพระองค์แล้ว ยัง
เชื่อมโยงกับพระพุทธประวัติที่พระพุทธเจ้าเสด็จดับขันธปรินิพพานเมื่อพระชนมายุ 80 พรรษาเช่นกัน นี่
คือการประกาศพันธกิจตามรอยทางของ “พระมหาธรรมิกราชา” ในการปกครองแผ่นดินดินโดยธรรม
ㆍ การท้าทาย New World Order ด้วย “ธรรมเป็นอำนาจ”: ดร. สุภชัย วิเคราะห์ว่าระเบียบโลกเดิมมัก
ใช้อำนาจปืนและอำนาจเงินเป็นเครื่องมือในการรักษาดุลอำนาจ แต่ในสภาวะวิกฤตปัจจุบัน โลกต้องการ
การเปลี่ยนแปลงระดับรากฐานคือการใช้ “ธรรมเป็นอำนาจ” (Dharma as Power) แทนการใช้
“อำนาจเป็นธรรม” การรู้จักใช้สติและควบคุมผัสสะภายในเพื่อหยุดยั้งการทำลายล้างคือทางออกเดียวที่
ยั่งยืน
ㆍความเป็นสากลเหนือพรมแดน: วิสัยทัศน์ก้าวพันขอบเขตของศาสนาและสายพันธุ์ โดย ดร. สุภชัย ได้
ยกอุปมาว่าแม้แต่ “มนุษย์ต่างดาว” ที่ทรงภูมิปัญญาก็ย่อมต้องมีธรรรมะเป็นพื้นฐานในการพัฒนาเทคโนโลยี
เพื่อความรอดพ้นจากการทำลายตนเอง เป้าหมายสูงสุดจึงเป็นการ “ปักเทียนแห่งธรรม” เล่มแรกจากลุ่ม
น้ำโขงและสุวรรณภูมิ เพื่อส่งต่อแสงสว่างนี้ไปสู่ทุกทวีปทั่วโลก
การวางรากฐานทางจิตวิญญาณที่แข็งแกร่งนี้เอง ที่เป็นเสมือนเชื้อไฟสำคัญในการส่งต่อไปยังภาคีเครือข่ายระดับ
โลก เพื่อขยายผลสู่การกำหนดบรรทัดฐานในเวทีพหภาคีต่อไป
Mr. Prashant Sharma Co-Founder and President, Dharma Alliance, Geneva: N15
ปฏิรูปบรรทัดฐานโลกด้วยปรัชญาตะวันออก
ในสภาวะที่ระบบโลกปัจจุบันตกอยู่ภายใต้ความตึงเครียด (Global Systems under Stress) ความต้องการมอง
หาทางเลือกใหม่จึงเกิดขึ้น ณ นครเจนีวา ซึ่งเป็นศูนย์กลางพหุภาคีนิยมของโลก Mr. Prashant Sharma ได้ชี้ถึง
ความจำเป็นในการนำภูมิปัปัญญาตะวันออกเช้าสู่โต๊ะเจรจา:
ㆍเจนีวาในฐานะจุดยุทธศาสตร์การกำหนดนโยบาย: การจัดตั้ง Dharma Alliance ณ นครเจนีวา มี
เป้าหมายเพื่ออุดช่องว่างทางประวัติศาสตร์ เนื่องจากมาตรฐานโลกเติมถูกกำหนดขึ้นโดยปราศจาก


ตัวแทนของหลักธรรมฝั่งตะวันออก การมีตัวแทนใน “Multilateral Hub” แห่งนี้ จึงเป็นการสร้าง
ความก้าวหน้าทางการทูต (Diplomatic Breakthrough) ที่ทำให้เสียงของภูมิปัญญาตะวันออกถูกรับ
ฟังอย่างเป็นทางการ
การสร้างบรรทัดฐานใหม่ (Normative Shift): ความสำเร็จในการบรรจุดำศัพท์เชิงจริยธรรม เช่น
“Compassion” (ความเมตตา) และ “Emn-thy” (ความเข้าใจผู้อื่น) เข้าสู่มาตรฐานสากลของ UNI
ถึงเห็ นก้าวแรกของการปฏิรูปวิธีคิดในเวทีโล 1 ซึ่งเร็ นการสร้าง “สะพาน” เชื่อมโยงความขัดแย้งผ่านภาษาทางจริยธรรม

และการเปิดต้วหนังสือ”ธรรมะไร้พรหมแดน”

ความตอนหนึ่งในหนังสือ

หนังสือเล่มนี้คือการเดินทางจาก “อัตตา” สู่ “อนัตตาแห่ง
ความสัมพันธ์” – เมื่อมนุษย์ตระหนักว่าการหลุดพ้นมิได้อยู่ที่การหนีโลก หากอยู่ที่
การเข้าใจโลกอย่างมีเมตตา ทุกบทสนทนาในเล่มจึงสะท้อนความกล้าที่จะมองข้าม
เส้นแบ่งทั้งที่มองเห็นและมองไม่เห็น เพื่อสร้าง “สติร่วม” (Collective Mindfulness)
ในระดับโลก
Dhamma Beyond Borders thus becomes a record of meditation,
an intellectual journey, and a spiritual pilgrimage of our time – weaving
the timeless wisdom of the Buddha with the realities of the contemporary
world, refusing to separate religion from humanity or peace from the
shared suffering we all must face.
“ธรรมะไร้พรมแดน” จึงเป็นทั้งบันทึกการภาวนา การเดินทางทางความคิด และ
การจาริกทางจิตวิญญาณร่วมสมัย ที่เชื่อมโยงคำสอนดั้งเดิมของพระพุทธองค์เข้ากับ
ความจริงของโลกยุคใหม่ โดยไม่แยกศาสนาออกจากความเป็นมนุษย์ และไม่แยก
สันติภาพออกจากความทุกข์ที่เราต้องเผชิญร่วมกัน

 

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เอง

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า