สถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980 ได้รับเชิญเข้าร่วมงานประชุมสุดยอดพุทธศาสนาโลก ครั้งที่ 2 (2nd Global Buddhist Summit)
รัฐบาลอินเดีย โดยกระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับสมาพันธ์พุทธศาสนานานาชาติ (IBC) ได้จัดการประชุมสุดยอดพุทธศาสนาโลก ครั้งที่ 2 (The 2nd Global Buddhist Summit – GBS) ในวันที่ 24-25 มกราคม 2569 ณ อาคาร Bharat Mandapam กรุงนิวเดลี โดยคาดว่า นายนเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีอินเดีย จะให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิด
การประชุมในครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิดหลัก “Collective Wisdom, United Voice, and Mutual Coexistence” (ปัญญารวมหมู่ เสียงที่เป็นหนึ่งเดียว และการอยู่ร่วมกันอย่างเกื้อกูล) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำหลักธรรมคำสอนของพระพุทธศาสนามาประยุกต์ใช้ในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง และวิกฤตการณ์ต่างๆ ในโลกปัจจุบัน ทั้งด้านสังคม การเมือง และสิ่งแวดล้อม
บทบาทของประเทศไทยและสถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980 ในเวทีระดับโลกครั้งนี้ สถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980 นำโดย ดร.สุภชัย วีนะภุชงค์ เลขาธิการสถาบันฯ พร้อมด้วย นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รองเลขาธิการสถาบันฯ ได้รับเกียรติเชิญเข้าร่วมงาน เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์กับผู้นำองค์กรพุทธศาสนาทั่วโลก โดย นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ (อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ) ยังได้รับเชิญให้เป็นหนึ่งในวิทยากรหลัก (Key Panellist) ของการประชุม ร่วมกับผู้นำชาวพุทธและนักวิชาการชั้นนำจากประเทศต่างๆ อาทิ ภูฏาน, เวียดนาม, ญี่ปุ่น, สหรัฐอเมริกา ฯลฯ

นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ อดีตรัผฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศ, รองเลขาธิการสถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980 ได้แสดงวิสัยทัศน์ในประเด็น “พุทธศาสนากับยุทธศาสตร์การทูตเชื่อมโลก” นำเสนอมุมมองเชิงยุทธศาสตร์ที่เชื่อมโยง “ศรัทธา” เข้ากับ “ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ” ดังนี้
– ไทยในฐานะผู้ “ส่งออกต่อ” (Re-export) พุทธศาสนา: มองว่าอินเดียคือผู้กำเนิดและส่งออกพุทธศาสนา ส่วนไทยมีบทบาทสำคัญในการรับมาและ “ส่งออกต่อ” ไปยังภูมิภาคอาเซียนและลุ่มน้ำโขง
– การทูตภาคประชาชน (Track Two Diplomacy): ใช้สถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980 เป็นกลไกขับเคลื่อนความสัมพันธ์ผ่านวัฒนธรรมและศาสนา เพื่อสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างประเทศ
– ความเชื่อมโยง “คงคา-โขง” (Ganga-Mekong Connectivity): ชูความสำเร็จของโครงการธรรมยาตรา 5 แผ่นดิน (ไทย เมียนมา ลาว กัมพูชา เวียดนาม) และการอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุจากอินเดียมายังไทย เพื่อเชื่อมโยงประชาชนสองลุ่มน้ำเข้าด้วยกัน
– ปรัชญาการทูตที่ยืดหยุ่นแต่มีจุดยืน: เสนอแนวคิดการปรับตัวตามสถานการณ์โลก (“ไหลตามน้ำ”) แต่ต้องกระทำด้วยศักดิ์ศรี (Dignity) และยึดมั่นในผลประโยชน์ของชาติ โดยใช้หลักธรรมเป็นเข็มทิศนำทาง
ดร.สุภชัย วีระภุชงค์ เลขาธิการสถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980 “พุทธปัญญาเพื่อการบริหารและสันติภาพโลก” ดร.สุภชัย เตรียมนำเสนอแนวคิดการประยุกต์ใช้ธรรมะในโลกความเป็นจริง โดยเน้นย้ำว่าธรรมะเป็นเรื่องสากลที่ไม่จำกัดเชื้อชาติ โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้:

– สันติภาพเริ่มที่ผู้นำลด “อัตตา”: วิกฤตการณ์โลกในปัจจุบันไม่ได้เกิดจากประชาชน แต่เกิดจาก “อัตตา” (Ego) ของผู้นำ ทางออกของความขัดแย้งคือการรู้จัก “ให้อภัย” (Forgiveness) และผู้นำต้องเปิดใจเรียนรู้ธรรมะ
– การบริหารธุรกิจวิถีพุทธ (Buddhist Entrepreneurship): นำเสนอโมเดลการทำธุรกิจที่ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงกำไร แต่เน้นความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) และสัมมาอาชีวะ เช่น การทำธุรกิจที่ไม่เบียดเบียนผู้อื่น และการบริหารอารมณ์ (ความโลภ/โกรธ) ในการตัดสินใจทางธุรกิจ
– การปฏิบัติธรรมแบบ “ลืมตา” (Open-Eye Meditation): การฝึกสติไม่จำเป็นต้องนั่งหลับตา แต่คือการมีสติรู้อยู่กับปัจจุบันขณะทำงานหรือใช้ชีวิตประจำวัน เพื่อให้รู้เท่าทันอารมณ์และสถานการณ์
– นิยามของศีล: ศีลคือ “ความเป็นปกติ” ของชีวิต คือการไม่ทำร้ายตนเองและผู้อื่น
ดร.สุภชัย ยังแสดงวิสัยทัศน์ในการตอบคำถามผู้เข้าร่วมงานเพิ่มเติมเกี่ยวกับ หลักพุทธธรรมกับการดำเนินธุรกิจและภาวะผู้นำ น้นการขยายความเรื่อง “สัมมาอาชีวะ” (Right Livelihood) และการเปลี่ยนผ่านของผู้นำจาก “อำนาจ” สู่ “ธรรมะ” โดยมีรายละเอียดดังนี้
– นิยามนักธุรกิจพุทธ: ความแตกต่างสำคัญคือการยึดถือความ “ถูกต้องดีงาม” (สัมมา) เป็นที่ตั้ง ไม่ใช่เพียงแค่ผลกำไร
– การปฏิเสธธุรกิจมิจฉาอาชีวะ: เน้นย้ำการหลีกเลี่ยงธุรกิจ 5 ประเภทที่เบียดเบียนสังคม โดยเฉพาะ “การค้าอาวุธ” ซึ่งถูกมองว่าเป็นอุปสรรคใหญ่ที่ทำให้โลกขาดสันติภาพ เพราะงบประมาณมหาศาลถูกใช้ไปกับการทำลายล้างแทนที่จะสร้างสรรค์
– การเข้าสังคม (Socializing): ยอมรับความจริงเรื่องวัฒนธรรมทางธุรกิจ (เช่น วัฒนธรรมการดื่มในจีนหรือภูฏาน) แต่แนะแนวทางเรื่อง “การควบคุมตนเอง” (Self-Control) และการมีสติรู้เท่าทัน ไม่ให้ขาดสติจนไปเบียดเบียนผู้อื่น
– บทบาทผู้นำ: ผู้นำคือฟันเฟืองสำคัญ หากผู้นำมีธรรมะ จะสามารถขับเคลื่อนนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อคนจำนวนมากได้
– โมเดล “พระเจ้าอโศกมหาราช”: จากผู้ล่าสู่ผู้ให้ : ธรรมะคือโอกาส (Dhamma is a chance): ยกกรณีศึกษาของพระเจ้าอโศกมหาราช เพื่อพิสูจน์ว่า “ไม่มีใครเลวร้ายเกินกว่าจะเปลี่ยนแปลง” บทเรียนสำคัญ: พระเจ้าอโศกค้นพบว่า “อาวุธคือกำลังอำนาจ แต่มันไม่สามารถพิชิตจิตวิญญาณของผู้คนได้” จึงเปลี่ยนจากการส่งกองทัพ เป็นการส่ง “ธรรมทูต” (เช่น พระโสณะและพระอุตตระ) เพื่อสร้างสันติภาพที่ยั่งยืนแทน
ไฮไลท์สำคัญของการประชุม นอกจากการเสวนาใน 5 หัวข้อหลักที่ครอบคลุมเรื่องความสามัคคีทางสังคม, สัมมาอาชีวะ, บทบาทของสงฆ์, วิทยาศาสตร์การแพทย์ และการศึกษาแล้ว ยังมีการเปิดตัว “NORBU” (Neural Operator for Responsible Buddhist Understanding) ซึ่งเป็น AI อัจฉริยะที่ได้รับการขนานนามว่า “กัลยาณมิตร” (Kalyan Mitra) ถูกฝึกฝนด้วยข้อมูลคัมภีร์ทางพุทธศาสนาเพื่อตอบคำถามและสนทนาธรรมได้หลายภาษา มุ่งเน้นการเข้าถึงคนรุ่นใหม่
การประชุมครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการรวมพลังชาวพุทธทั่วโลกกว่า 800 คน จากหลากนิกาย เพื่อสร้างสันติภาพและความผาสุกให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืน
The 2nd Global Buddhist Summit – GBS Gallery
Partner Site
India Office
Wat Thai Buddhagaya (Royal Thai Monastery Buddhagaya),
Bodhgaya Pin.824231, Dist. Gaya, State; Bihar, India
Thailand Office
14 Ngamwongwarn 8 Alley BangKhen
Mueang Nonthaburi Nonthaburi 11000
Facebook Youtube Tiktok X-twitter Instagram Envelope Line Whatsapp
Copyright 2025 © bodhigayavijjalaya980
จัดการการอนุญ
