ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรุงเ ทพฯพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 960 ราย ทั้งนี้ ผู้ว่าฯ กทม.จัดศูนย์พักคอย

รับผู้ป่วย CI กทม. พร้อมให้บริการ เปิดแล้ว 25 แห่ง มีผู้เข้าพักรักษา 205 ราย รายงานสถิติผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 แบบแยกกักรักษาตัวที่บ้าน (Home Isolation : HI)

ประจำวันที่ 12 .. 65

(เริ่มเก็บข้อมูลตั้งแต่วันที่ 2 .. 64)

ยอดสะสม 129,712 ราย

ผู้ป่วยรายใหม่ 960 ราย

อยู่ระหว่างการรักษา 4,181 ราย

      ทั่วไป 4,181 ราย

      เร่งด่วนรอส่งต่อ 0 ราย

จำหน่ายสะสม 125,531 ราย

      หายป่วย 108,542 ราย

      ส่งต่อ 16,900  ราย

      เสียชีวิต 89 ราย (บันทึกการเสียชีวิตตามคำนิยามตั้งแต่วันที่ 2 .. 64)

(12 .. 65) พล...อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า จากสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) มีแนวโน้มสูงขึ้น โดยเฉพาะการแพร่ระบาดของสายพันธุ์โอไมครอน (OMICRON) ที่สามารถแพร่ระบาดและติดเชื้อได้ง่าย กรุงเทพมหานครจึงได้มีการเตรียมความพร้อมรับมืออย่างเต็มที่ทุกด้าน รวมถึงในเรื่องของสถานที่ดูแลผู้ติดเชื้อโควิด-19 โดยจัดเตรียมศูนย์พักคอยเพื่อส่งต่อ (Community Isolation : CI) สำหรับรับผู้ป่วยโควิด-19 เข้ามาดูแลรักษาอาการเพื่อรอการส่งต่อการรักษาในสถานพยาบาลต่างๆ ตามอาการ ซึ่งปัจจุบันในพื้นที่ 50 เขตของกรุงเทพมหานครมีศูนย์พักคอยที่เตรียมพร้อมสำหรับเปิดให้บริการทั้งหมด 41 แห่ง ปัจจุบันเปิดให้บริการรับผู้ป่วยโควิด-19 เข้ามาดูแลรักษาอาการป่วยแล้ว 25 แห่ง รวมจำนวนเตียงทั้งหมด 3,356 เตียง มีผู้ครองเตียง205 เตียง (ข้อมูล วันที่ 11 .. 65) 

            สำหรับผู้ที่ตรวจพบว่าตนติดเชื้อโควิด-19 สามารถติดต่อขอเข้าสู่ระบบการรักษาผ่านทางสายด่วนสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ โทร. 1330 กด 14 ได้ตลอด 24 ชั่วโมงหรือประสานทางช่องทาง Line : @nhso เลือกเมนูบริการเกี่ยวกับโควิด-19 นอกจากนี้ในกรณีฉุกเฉินสามารถประสานผ่านช่องทางของกรุงเทพมหานคร ได้แก่ ศูนย์เอราวัณ โทร. 1669 ตลอด 24 ชั่วโมง และLine : @BKKCOVID19CONNECT และขณะนี้กรุงเทพมหานครอยู่ระหว่างเร่งดำเนินการให้ระบบการแจ้งเข้าสู่ระบบการรักษาโควิด-19 ผ่านทางสายด่วนโควิดของ 50 สำนักงานเขตกลับมาให้บริการได้อย่างเต็มรูปแบบโดยเร็วเพื่อให้ประชาชนได้รับความสะดวกในการแจ้งเข้าสู่ระบบการรักษาอาการติดเชื้อโควิด-19 ได้โดยเร็วที่สุด

อ่านเพิ่มเติมที่… https://www.prbangkok.com/th/news/detail/1/9119#.Yd68PqzpGAY.lineme