บทความ-สารคดี

จากรากเหง้าซัวเถา…สู่หัวใจแห่งการให้ พัฒน์พงศ์ ตั้งปกรณ์ สืบทอดศรัทธาไทย-จีน *****************

บนถนนสายธุรกิจ มีคนจำนวนไม่น้อยที่ประสบความสำเร็จ แต่มีไม่กี่คนที่เลือกใช้ “ความสำเร็จ” นั้น สร้างประโยชน์กลับคืนสู่สังคมอย่างต่อเนื่อง สำหรับ “พัฒน์พงศ์ ตั้งปกรณ์” ชื่อของเขาอาจไม่คุ้นหูคนทั่วไปนัก เพราะไม่ใช่บุคคลที่ชอบอยู่ใต้แสงไฟของสื่อ แต่ในแวดวงสังคมไทย-จีน และงานสาธารณกุศล หลายคนรู้จักเขาในฐานะที่ปรึกษา “สมาคมสวัสดิการนักหนังสือพิมพ์จีน”
ผู้อยู่เบื้องหลังการขับเคลื่อนงานเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง ด้วยความเชื่อว่าการลงมือทำย่อมมีความหมายมากกว่าการประกาศให้ใครรับรู้

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา “พัฒน์พงศ์” ทำหน้าที่เป็นผู้ประสานความร่วมมือระหว่างนักธุรกิจและผู้บริหารระดับสูงของประเทศไทยและจีน ควบคู่กับการสนับสนุนกิจกรรมสาธารณกุศลในหลากหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการบริจาคเงินเพื่อจัดซื้อเครื่องมือแพทย์ สนับสนุนโรงพยาบาล การสร้างโอกาสทางการศึกษา หรือการช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสผ่านองค์กรสาธารณประโยชน์ต่าง ๆ ปี 2568 บริจาคเงินจำนวน 500,000 บาทให้กับมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เพื่อใช้ทำงานสาธารณกุศลต่างๆ ล่าสุด บริจาคเงินร่วมสร้าง “ศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาว เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา” งานเหล่านี้ไม่ใช่สิ่งที่เพิ่งเริ่มต้นในรุ่นของเขา หากแต่เป็นการสืบทอดเจตนารมณ์ของครอบครัว “ตั้งปกรณ์” ที่ยึดมั่นในคุณค่าของ “การให้” มาอย่างยาวนาน เพื่อชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างชุมชนชาวไทยเชื้อสายจีน กับเมืองซัวเถา บ้านเกิดของบรรพบุรุษ ให้ยังคงแข็งแรงและเติบโตต่อไป

@รากเหง้าที่ผูกพันกับเมืองซัวเถา
ครอบครัว “ตั้งปกรณ์” เป็นชาวไทยเชื้อสายจีนแต้จิ๋ว มีบรรพบุรุษอพยพมาจากเมืองซัวเถา มณฑลกวางตุ้ง หนึ่งในเมืองต้นกำเนิดของชาวจีนโพ้นทะเลจำนวนมากที่เดินทางมายังประเทศไทยเมื่อหลายสิบปีก่อน สำหรับครอบครัวนี้ “ซัวเถา” ไม่ได้เป็นเพียงบ้านเกิดของบรรพบุรุษ หากยังเป็นรากฐานของแนวคิดที่เชื่อว่าเมื่อได้รับโอกาสจากสังคมแล้ว ก็ควรส่งต่อโอกาสนั้นกลับคืนให้กับผู้คนเช่นเดียวกัน

ขณะที่นามสกุล “ตั้งปกรณ์” มีรากฐานมาจาก “แซ่ตั้ง” ซึ่งเป็นหนึ่งในตระกูลสำคัญของชาวจีนแต้จิ๋ว บุคคลสำคัญของครอบครัวคือคุณพ่อ “นรรัตน์ ตั้งปกรณ์” หรือที่คนในแวดวงไทย-จีนรู้จักกันในชื่อ “ตั้งซีเฮี้ยง” ตลอดช่วงเวลาที่ยังมีชีวิตอยู่ ตั้งซีเฮี้ยงมีบทบาทสำคัญในองค์กรของชุมชนชาวไทยเชื้อสายจีน ทั้งในฐานะอดีตนายกสมาคมสวัสดิการนักหนังสือพิมพ์จีน และอดีตอุปนายกหอการค้าไทย-จีน ทำหน้าที่เชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างภาคธุรกิจ องค์กรสาธารณกุศล และสังคมไทยอย่างต่อเนื่อง
ในยุคที่ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับจีนยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการพัฒนา ตั้งซีเฮี้ยงถือเป็นหนึ่งในผู้มีบทบาทในการสร้างความเข้าใจและเชื่อมโยงเครือข่ายของชาวจีนโพ้นทะเลกับสังคมไทย โดยยึดหลักใช้เครือข่ายที่มีอยู่เพื่อสร้างประโยชน์แก่ส่วนรวม มากกว่าการสร้างผลประโยชน์ให้ตนเอง

@ส่งต่อ “การให้”
“พัฒน์พงศ์” เติบโตขึ้นท่ามกลางการเห็นบิดาอุทิศเวลาให้กับงานสังคม จึงซึมซับความคิดเรื่องการแบ่งปันโดยไม่ต้องมีใครบอกสอน “คุณพ่อผมเป็นคนรักชาติ ตอนที่หนีมาเมืองไทยไม่มีอะไรเลย แต่พอมีฐานะขึ้นมาก็พร้อมจะกลับไปช่วยเหลือ จีนเปิดประเทศปี 1978 (พ.ศ.2521) ภายใต้การนำของ เติ้ง เสี่ยวผิง ประมาณปี 1998(พ.ศ.2521) พ่อผมอยากกลับไปไหว้อากงคือปู่ที่ซัวเถา ไปลำบากมากไม่เหมือนทุกวันนี้ ต้องผ่านไปทางฮ่องกงนั่งเครื่องบินใบพัดมาลงที่เมืองกวางเจา เหมารถตู้ไปซัวเถาใช้เวลาหนึ่งคืนประมาณสิบชั่วโมง ถนนตอนนั้นเป็นลูกรัง โรงแรมก็เป็นโรงแรมจิ้งหรีดแต่ก็ถือว่าดีที่สุดแล้ว หมอนเนี่ยข้างในยัดด้วยฟางข้าว เข้าห้องน้ำต้องเอากระบอกไฟฉายไปตั้งไว้แล้วเปิดเพื่อให้แสงสว่าง ไปไหนมาไหนคนก็มามุงกัน ขอทานเต็มไปหมดดึงแขนดึงเสื้อ ตอนนั้นพ่อผมไปกับคุณชาตรี (โสภณพนิช) นายห้างชินก็ไปด้วย ผมเองสัก 10 ขวบได้ พ่อผมกับคุณชาตรีเป็นคนอยู่หมู่บ้านเดียวกัน กลับไปก็ไปช่วยบริจาคเงินให้โรงพยาบาล ไปสร้างโรงเรียน สร้างสวนสาธารณะ จากนั้นบริจาคเงินมาเรื่อย ทำงานกุศลมาเรื่อย และพานักหนังสือพิมพ์จีนไปช่วยเขียน ช่วยโฆษณา ดึงพวกพ่อค้าจีนต่างๆ เข้าไปช่วยกันพัฒนา”เล่าพร้อมนึกภาพความทรงจำเมื่อวันวาน

พัฒน์พงศ์เล่าต่อว่าด้วยความที่พ่ออยากเห็นซัวเถาเจริญจึงไปซื้อเรือกลไฟมือสองจากสวีเดนมาทำธุรกิจเรือ วิ่งระหว่างฮ่องกง-ซัวเถาร่วมกับเฮงเชียงทัวร์(ที่เยาวราช) รับส่งคนจีนจากไทย ตั้งแต่นั้นมาความเจริญหลั่งไหลเข้าไปในซัวเถาเรื่อยๆ อาทิ ตระกูลโสภณพนิชไปตั้งธนาคารกรุงเทพ เกิดห้างสรรพสินค้า ซูเปอร์มาร์เก็ต โรงแรม เป็นต้น “…พ่ออยากให้ซัวเถาเจริญ ไม่ได้คิดหากำไรอะไร คือเขารู้สึกว่าตอนออกจากประเทศไปไม่มีอะไรเลย แต่ตอนกลับมานี่รู้สึกภูมิใจว่าได้กลับมาช่วยบ้านเกิด นี่คือความคิดของพ่อผม…”

คุณูปการนี้ของนรรัตน์หรือตั้งซีเฮี้ยง ทำให้ The Chaoshan Intangible Cultural Heritage Exhibition Centre หรือศูนย์นิทรรศการมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้แห่งแผ่นดินแต้จิ๋ว ซึ่งรวบรวมวัฒนธรรมดั้งเดิมของชาวแต้จิ๋วและบุคคลที่มีชื่อเสียง ได้นำรูปของนรรัตน์ไปติดตั้งไว้เพื่อเป็นเกียรติยศ

จากเจตนารมณ์เดิมของคุณพ่อ “พัฒน์พงศ์” ยังคงสานต่อความผูกพันกับองค์กรสาธารณกุศลที่ครอบครัวตั้งปกรณ์สนับสนุนมาอย่างยาวนาน ทั้งมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โรงพยาบาลและองค์กรการกุศลอีกหลายแห่ง ผ่านการสนับสนุนด้านงบประมาณ อุปกรณ์ทางการแพทย์ และกิจกรรมเพื่อสาธารณประโยชน์ ส่งเสริมการแสดงอุปรากรจีน(งิ้ว) ศาลเจ้าต่างๆ นอกจากนี้ ครอบครัวตั้งปกรณ์ยังให้ความสำคัญกับการศึกษา โดยร่วมสนับสนุนการสร้างโรงเรียนและพัฒนาสถานศึกษา ทั้งในประเทศไทยและเมืองซัวเถา ด้วยความเชื่อว่าการศึกษาคือรากฐานของการพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน เขากล่าวน้ำเสียงหนักแน่น ” เป็นมรดกที่รับมาก็ต้องทำต่อไป…”


หลายครั้ง ความช่วยเหลือเหล่านี้เกิดขึ้นอย่างเงียบ ๆ โดยไม่จำเป็นต้องมีพิธีการใหญ่โต เพราะสำหรับเขา ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกับผู้ได้รับความช่วยเหลือ คือรางวัลที่มีค่าที่สุด

@สะพานเชื่อมไทย-จีนในยุคใหม่
โลกธุรกิจในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว แต่สิ่งหนึ่งที่ยังคงมีความสำคัญเสมอ คือความสัมพันธ์อันดีระหว่างผู้คน
บทบาทหนึ่งของพัฒน์พงศ์ คือการประสานความร่วมมือระหว่างนักธุรกิจไทยและจีน รวมถึงการสร้างเครือข่ายระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรต่าง ๆ ผ่านเครือข่ายครอบครัวและการทำงานด้านสังคม-การกุศล ร่วมกับกลุ่มชาวไทยเชื้อสายจีนในไทย เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้ การลงทุน และความร่วมมือในหลากหลายมิติ โดยเฉพาะกับเมืองซัวเถา บ้านเกิดของบรรพบุรุษ ซึ่งมีการเชื่อมโยงผ่าน “สมาคมสวัสดิการนักหนังสือพิมพ์จีน” ที่ปัจจุบันนี้ “นวลพรรณ ตั้งปกรณ์” คุณแม่ของพัฒน์พงศ์เป็นนายกสมาคมอยู่ ส่วนตัวเขาเองนั้นทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษา

“…ทางการจีนเขาให้ความสำคัญกับสมาคมฯ มาก ให้คุณแม่ผมสืบสานต่อยอดจากคุณพ่อ มันเป็นเรื่องของความผูกพันที่เรียกว่า “ก่ำเช้ง” ประเทศจีนหนังสือพิมพ์ถือว่าใหญ่มาก ตำแหน่งบรรณาธิการเทียบเท่ารัฐมนตรีช่วยว่าการเลยทีเดียว ทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงให้แก่คนไทยเชื้อสายจีน รวมถึงประสานงานความร่วมมือทางธุรกิจและการกุศลระหว่างประเทศไทยและจีน รักษาวัฒนธรรมประเพณีของชาวจีนโพ้นทะเลเอาไว้ จนกลายเป็นรากฐานที่ส่งต่อมาถึงรุ่นลูกรุ่นหลานในปัจจุบัน ความเชื่อมโยงดังกล่าวไม่ได้เกิดจากผลประโยชน์ทางธุรกิจเพียงอย่างเดียว หากเกิดจากความเชื่อว่าความสัมพันธ์อันดีระหว่างผู้คน คือรากฐานของการพัฒนาที่ยั่งยืน

@สืบทอดคุณค่าจากรุ่นสู่รุ่น
ครอบครัวตั้งปกรณ์มีพี่น้องทั้งหมด 4 คน ชาย 3 หญิง 1 ต่างเติบโตในเส้นทางชีวิตที่แตกต่างกัน แต่สิ่งหนึ่งที่ทุกคนได้รับเหมือนกัน คือการปลูกฝังให้ตอบแทนสังคมเมื่อมีโอกาส แม้แต่ละคนจะทำหน้าที่ต่างกัน แต่ทุกคนต่างสืบทอดแนวคิดเดียวกัน คือการทำประโยชน์ให้ส่วนรวมตามบทบาทของตนเอง สำหรับพัฒน์พงศ์ การสืบทอดมรดกของครอบครัวจึงไม่ได้หมายถึงการรับช่วงธุรกิจหรือชื่อเสียง หากหมายถึงการรักษาคุณค่าที่บรรพบุรุษได้สร้างเอาไว้ และทำให้คุณค่านั้นยังคงส่งต่อไปสู่คนรุ่นหลัง
เพราะ”ชื่อเสียง” อาจเลือนหาย…แต่ “การให้” จะถูกจดจำ

ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา ครอบครัวตั้งปกรณ์เลือกเดินบนเส้นทางของการทำประโยชน์แก่สังคมอย่างสม่ำเสมอ โดยไม่จำเป็นต้องอยู่ในความสนใจของผู้คน วันนี้ “พัฒน์พงศ์ ตั้งปกรณ์” ยังคงก้าวเดินบนเส้นทางเดียวกับคุณพ่อและคุณแม่ ด้วยความเชื่อว่าความสำเร็จของชีวิตไม่ได้วัดจากสิ่งที่สะสมไว้เพื่อตนเอง หากแต่วัดจากสิ่งที่สามารถส่งต่อให้กับผู้อื่นได้
บางคนสร้างมรดกเป็นทรัพย์สิน บางคนสร้างมรดกเป็นธุรกิจ แต่สำหรับครอบครัวตั้งปกรณ์ มรดกที่มีคุณค่าที่สุด คือการส่งต่อการแบ่งปันจากคนรุ่นหนึ่งไปสู่อีกรุ่นหนึ่ง จนถึงทุกวันนี้


*********************
กรรณิการ์ ฉิมสร้อย
*********************

 

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เอง

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า