รีวิวหนังสือ “ธรรมะไร้พรมแดน (Dhamma Beyond Borders)”
ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งและความรุนแรง หนังสือ “ธรรมะไร้พรมแดน (Dhamma Beyond Borders)” ของ สุภชัย วีระภุชงค์ เลขาธิการ สถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980 ถือเป็นงานเขียนที่พยายามนำหลักธรรมในพระพุทธศาสนามาเสนอเป็นแนวทางสร้างสันติภาพให้แก่โลก
ผู้เขียนเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จจากการนำหลักธรรมมาใช้ในการดำเนินชีวิต แต่ในขณะเดียวกันก็ให้ความสำคัญกับการศึกษาปฏิบัติธรรมอย่างจริงจัง โดยเคยอุปสมบทและศึกษาธรรม ณ พุทธคยา ถึงสองครั้ง ประสบการณ์ดังกล่าวได้กลายเป็นแรงบันดาลใจให้เขาใช้เวลาถึง 4 ปีในการขบคิดและเรียบเรียงแนวคิดเกี่ยวกับ “ธรรมะเพื่อสันติภาพของโลก” ก่อนถ่ายทอดออกมาเป็นหนังสือ โดยมี ดร. อลงกต ชูแก้ว ทำหน้าที่เรียบเรียงอย่างเป็นระบบ พร้อมอ้างอิงงานวิชาการจากนักคิดทั่วโลกถึง 158 เล่ม เพื่อสนับสนุนและสังเคราะห์แนวคิดให้มีความน่าเชื่อถือ
หนังสือเล่มนี้มีความยาวประมาณ 160 หน้า จัดพิมพ์สองภาษา คือภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เนื้อหาประกอบด้วย 7 บท (ไม่นับบทสรุป) เปิดด้วยการอธิบายนิยามคำว่า “ธรรมะ” และบทพิเศษเรื่อง “ธรรมะจัดสรร” ก่อนเข้าสู่ประเด็นสำคัญ เช่น ความขัดแย้งกับสันติภาพ พลังของการฟัง และจริยธรรมแห่งการไม่ตอบโต้ ซึ่งเป็นแนวคิดที่มุ่งลดทอนความรุนแรงในสังคมมนุษย์

จุดเด่นของหนังสือเล่มนี้อยู่ที่ภาษาเขียนที่กระชับ เข้าใจง่าย ไม่ใช้ภาษาธรรมะแบบตำราหรือภาษาวัดที่ซับซ้อน ทำให้ผู้อ่านทั่วไปสามารถติดตามเนื้อหาได้อย่างเพลิดเพลินและต่อเนื่อง อีกทั้งยังพยายามเชื่อมโยงหลักธรรมกับสถานการณ์ร่วมสมัยของโลก
การเปิดตัวหนังสือเกิดขึ้นในช่วงที่โลกกำลังเผชิญความตึงเครียดจากสงครามระหว่าง สหรัฐอเมริกา ร่วมกับ อิสราเอล และ อิหร่าน ซึ่งยิ่งสะท้อนให้เห็นว่า โลกยังคงเผชิญวงจรแห่งความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง หนังสือจึงตั้งคำถามสำคัญว่า แท้จริงแล้วต้นตอของความขัดแย้งมิได้อยู่เพียงในระดับการเมืองหรือรัฐชาติ หากแต่อยู่ใน “กิเลส” ของมนุษย์ ได้แก่ โลภ โกรธ และหลง
ผู้เขียนเสนอว่า หากมนุษย์สามารถฝึกสติและพัฒนาจิตใจให้พ้นจากกิเลสเหล่านี้ได้ ย่อมมีโอกาสสร้างสันติภาพทั้งในระดับบุคคล สังคม และโลก หนังสือจึงปิดท้ายด้วยแนวคิด “ทางสายกลางสู่โลกแห่งสันติภาพ” ซึ่งเสนอให้สติและปัญญาเป็นเครื่องมือสำคัญในการเปลี่ยนแปลงมนุษย์จากภายใน
โดยสรุป “ธรรมะไร้พรมแดน” เป็นหนังสือธรรมะร่วมสมัยที่นำเสนอแนวคิดเรียบง่ายแต่มีพลัง กล่าวคือ การสร้างสันติภาพของโลกอาจไม่ได้เริ่มจากเวทีการเมืองระหว่างประเทศ หากเริ่มต้นจากการทำให้จิตใจของมนุษย์สะอาดจากกิเลส และเมื่อมนุษย์มีสติ ปัญญา และความเข้าใจต่อกัน สันติภาพก็ย่อมมีโอกาสเกิดขึ้นได้จริง.
โดย สมาน สุดโต รายงาน
