สังคม-สตรี-เยาวชน

ร้อง “ปวีณา” ภรรยาท้องแก่ครบกำหนดคลอดวันที่ 1 ก.ย.69 ทางรพ.นัดไปกระตุ้นการคลอดวันที่ 31 ส.ค.69 ภรรยาได้รับการตรวจเวลา 16.00 น. โดยแพทย์ได้ทำการอัลตร้าซาวด์

จ.แม่ฮ่องสอน : สามีวิดีโอคอลระหว่างทำพิธีฝังศพภรรยาและลูก ร้อง “ปวีณา” ภรรยาท้องแก่ครบกำหนดคลอดวันที่ 1 ก.ย.69 ทางรพ.นัดไปกระตุ้นการคลอดวันที่ 31 ส.ค.69 ภรรยาได้รับการตรวจเวลา 16.00 น. โดยแพทย์ได้ทำการอัลตร้าซาวด์ พบว่าเด็กในครรภ์ปกติดี น้ำหนัก 3 กิโลกรัมกว่าๆ และแพทย์ได้ทำการกระตุ้นการคลอดแต่มดลูกยังไม่เปิดจึงให้กลับบ้านไปก่อน จนเวลาประมาณเกือบ 01.00 น. วันที่ 1 ก.ย.69 ภรรยามีอาการเป็นตะคิวที่แผ่นหลัง ปวดท้อง อาเจียน จึงได้รีบนำส่งรพ. แพทย์ตรวจพบว่าปากมดลูกเปิดเพียง 2 ซม. จึงจะต้องทำการผ่าคลอด แต่ทางรพ.ไม่มีแพทย์ผ่าตัดและไม่มีเครื่องมือจึงจะต้องส่งตัวไปรพ.ในเมืองแม่ฮ่องสอน รอจนถึงเช้าภรรยารู้สึกหายในไม่ค่อยออกจึงต้องใส่สายออกซิเ ต่อมาทางรพ.ส่งตัวไปรพ.ในเมืองแม่ฮ่องสอน เวลาประมาณ 10.00 น. ของวันที่ 1 ก.ย.69 ซึ่งจะต้องใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชม. เมื่อขึ้นรถออกเดินทางไปประมาณ 10 นาที ภรรยาเกิดช็อกหมดสติทางรถรพ.จึงต้องวกรถกลับมาที่รพ.เดิม และนำตัวภรรยาส่งเข้าห้องฉุกเฉินปั๊มหัวใจแต่ก็ไม่สามารถช่วยชีวิตไว้ได้ ภรรยาและลูกในครรภ์เสียชีวิตลงในเวลา 11.40 น. ตนติดใจสาเหตุการเสียชีวิตว่าเพราะเหตุใด และการส่งต่อคนไข้กรณีเร่งด่วนช้าไปหรือไม่ จึงขอให้มูลนิธิปวีณาฯ ช่วยตรวจสอบและให้ความเป็นธรรมด้วย ขณะที่วานนี้ 3 ก.ย.69 ทางรพ.ได้ออกแถลงการณ์ กรณีการเสียชีวิตของมารดาและทารกในครรภ์ ระบุว่า ตอนนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริงกระบวนการรักษาและรอผลชันสูตรอย่างเป็นทางการ “ปวีณา” กล่าวขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งกับครอบครัวผู้เสียชีวิต “ปวีณา” ได้ประสาน นพ.ทศพล ดิษฐ์ศิริ สสจ.แม่ฮ่องสอน ตรวจสอบกรณีเร่งด่วนเพื่อให้ความเป็นธรรมกับครอบครัวผู้สูญเสีย และ “ปวีณา” ได้ประสาน นายปกรณ์ จีนาคำ สส.แม่ฮ่องสอน และมอบหมายให้ลงพื้นที่ให้การช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิต และจะติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิดต่อไป

รายละเอียด ความเป็นมา

นายกร (นามสมมุติ) อายุ 28 ปี ชาวจ.แม่ฮ่องสอน เล่าว่า ภรรยาตั้งครรภ์ลูกคนแรกได้เข้าฝากครรภ์ที่ รพ.อำเภอ จ.แม่ฮ่องสอน ครบกำหนดคลอดวันที่ 1 ก.ย.69 ทางรพ.นัดไปกระตุ้นการคลอดวันที่ 31 ส.ค.69 ภรรยาได้รับการตรวจเวลา 16.00 น. โดยแพทย์ได้ทำการอัลตร้าซาวด์ พบว่าเด็กในครรภ์ปกติดี น้ำหนัก 3 กิโลกรัมกว่าๆ และแพทย์ได้ทำการกระตุ้นการคลอดแต่มดลูกยังไม่เปิดจึงให้กลับบ้านไปก่อน จนเวลาประมาณเกือบ 01.00 น. วันที่ 1 ก.ย.69 ภรรยามีอาการเป็นตะคิวที่แผ่นหลัง ปวดท้อง อาเจียน จึงได้รีบนำส่งรพ. แพทย์ตรวจพบว่าปากมดลูกเปิดเพียง 2 ซม. จึงจะต้องทำการผ่าคลอด แต่ทางรพ.ไม่มีแพทย์ผ่าตัดและไม่มีเครื่องมือจึงจะต้องส่งตัวไปรพ.ในเมืองแม่ฮ่องสอน รอจนถึงเช้าภรรยารู้สึกหายในไม่ค่อยออกจึงต้องใส่สายออกซิเ ต่อมาทางรพ.ส่งตัวไปรพ.ในเมืองแม่ฮ่องสอน เวลาประมาณ 10.00 น. ของวันที่ 1 ก.ย.69 ซึ่งจะต้องใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชม. เมื่อขึ้นรถออกเดินทางไปประมาณ 10 นาที ภรรยาเกิดช็อกหมดสติทางรถรพ.จึงต้องวกรถกลับมาที่รพ.เดิม และนำตัวภรรยาส่งเข้าห้องฉุกเฉินปั๊มหัวใจแต่ก็ไม่สามารถช่วยชีวิตไว้ได้ ภรรยาและลูกในครรภ์เสียชีวิตลงในเวลา 11.40 น.

หลังภรรยาและลูกเสียชีวิตได้ทำการส่งชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตอยู่ระหว่างรอผลการชันสูตร พร้อมแจ้งความไว้เป็นหลักฐานกับพนักงานสอบสวน สภ.ขุนยวม ขณะนี้ตนได้นำร่างภรรยาและลูกกลับจากรพ. เพื่อมาประกอบพิธีตามศาสนาที่บ้าน แต่ยังเคลือบแคลงใจ กับการเสียชีวิตของภรรยาและลูกในท้อง จึงรีบติดต่อมาขอความเป็นธรรมกับมูลนิธิปวีณาฯ

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เอง

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า