“ปวีณา” พา “ผู้ช่วยพยาบาล” เดินทางไปสภ.เมืองนครราชสีมา
12 พ.ค.69 ความคืบหน้า “ปวีณา” ช่วยเหลือ ผู้ช่วยพยาบาลสาว ถูก ส.ต.อ. ตำรวจสันติบาล กักขัง จับแก้ผ้า ซ้อมทารุณ ถ่ายคลิปลามกเผยแพร่โซเชียล “ปวีณา” พา “ผู้ช่วยพยาบาล” เดินทางไปสภ.เมืองนครราชสีมา เพื่อสอบปากคำเพิ่ม เติมกับ พ.ต.อ.คเชนทร์ เสตะปุตตะ รอง ผบก.ภ.จว.ชัยภูมิ ช่วยราชการ ภ.จว.นครราชสีมา ขณะที่ พล.ต.ต.สุรพงค์ ธรรมพิทักษ์ ผบก.ส1 สั่งการให้ ส.ต.อ. เข้าพบพนักงานสอบสวนสอบปากคำแล้วเมื่อคืนนี้ จากการตรวจปัสสาวะพบสารเสพติดในร่างกายสั่งเด้งออกนอกพื้นที่ทันที พร้อมตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง
นางปวีณา กล่าวว่า ได้ประสาน พล.ต.ต.สุรพงค์ ธรรมพิทักษ์ ผบก.ส1 (ผู้บังคับการตำรวจสันติบาล 1) รายงานว่าหลังทราบเรื่อง “ส.ต.อ.” ได้ตรวจสอบกับ พ.ต.อ.ธวัชชัย สายกระสุน ผกก.2 กองบังคับการ 1 ได้สั่งการให้มีคำสั่ง 1.นำตัว ส.ต.อ. ไปพบพนักงานสอบสวนที่สภ.เมืองนครราชสีมาเพื่อสอบปากคำเมื่อคืนที่ผ่านมา 2.ส่งตรวจสารเสพติดในร่างกาย 3.ให้ย้ายออกจากพื้นที่กลับเข้าสู่ต้นสังกัดที่กรุงเทพฯ ทันที และ 4.ตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง หากพบมีการกระทำผิดจริง จะดำเนินการตามขั้นตอนทั้งวินัยและอาญา และพล.ต.ต.สุรพงค์ ธรรมพิทักษ์ ผบก.ส1 ได้มอยหมายให้ พ.ต.อ.ธวัชชัย สายกระสุน ผกก.2 กองบังคับการ 1 ตำรวจสันติบาล ร่วมรับฟังข้อมูลจากผู้เสียหายได้มอยหมายให้ พ.ต.อ.ธวัชชัย สายกระสุน ผกก.2 กองบังคับการ 1 ตำรวจสันติบาล ร่วมรับฟังข้อมูลจากผู้เสียหาย ที่สภ.เมืองนครราชสีมา วันนี้
นางปวีณา ขอขอบคุณ พล.ต.ต.สุรพงค์ ธรรมพิทักษ์ ผบก.ส1 ที่ให้ความสำคัญในเรื่องนี้ และในวันนี้ เวลา 13.30 น. นางปวีณา ได้พาผู้ช่วยพยาบาล ผู้เสียหาย เดินทางไปที่สภ.เมืองนครราชสีมา เพื่อสอบปากคำเพิ่มเติมกับ พ.ต.อ.คเชนทร์ เสตะปุตตะ รอง ผบก.ภ.จว.ชัยภูมิ ช่วยราชการ ภ.จว.นครราชสีมา ที่ได้รับมอบหมายจาก พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ พรหมทา ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา ให้ดูแลคดีนี้ พร้อมกัย พ.ต.อ.ศิริชัย ศรีชัยปัญญา ผกก.สภ.เมืองนครราชสีมา และ พ.ต.อ.ธวัชชัย สายกระสุน ผกก.2 กองบังคับการ 1 ตำรวจสันติบาล ที่ได้รับมอบหมายจาก พล.ต.ต.สุรพงค์ ธรรมพิทักษ์ ผบก.ส1 ให้มาร่วมรับฟังข้อมูลจากผู้เสียหาย
พร้อมกันนี้ นางปวีณา ยังได้รับรายงานจาก พ.ต.อ.ศิริชัย ศรีชัยปัญญา ผกก.สภ.เมืองนครราชสีมา ว่า จากการตรวจสารเสพติดของ ส.ต.อ. พบว่ามีสารเสพติดในร่างกาย ขณะนี้ผู้เสียหายตอนนี้ยังหวาดกลัวจะไม่ปลอดภัยจึงให้อยู่ในการดูแลของมูลนิธิปวีณาฯ และจะติดตามคดีนี้อย่างใกล้ชิดต่อไป
