เวทีประชุมนานาชาติเปิดกว้างรับฟังแนวทางปฏิบัติสมาธิ-เจริญสติ ด้วยความเมตตากรุณา
วันนี้เป็นวันที่ 2 ของการประชุมระดับนานาชาติครั้งที่ 2 เพื่อความเป็นเอกภาพ และการอยู่ร่วมกัน (Second United and Present International Gathering) ภายใต้หัวข้อ ‘การเจริญสติ ความเมตตากรุณา และสุขภาวะร่วมกันของส่วนรวม’ (Contemplative Practices, Compassion and Collective Well-Being) จัดขึ้นระหว่างวันที่ 12-14 ตุลาคม โดย“สำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่ง สหประชาชาติ” (OHCHR) ร่วมกับ “สถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980” และ“องค์กรพันธมิตรธรรมะ” (Dharma Alliance) ที่โรงแรมโซฟีเทล โภคีธรา จังหวัดกระบี่
สำหรับการประชุมในวันแรก 12 ตุลาคม 2569 นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในฐานะรองเลขาธิการสถาบันโพธิคยาวิชชาลัย980 สรุปภาพรวมว่า การประชุมระดับนานาชาติครั้งนี้สืบเนื่องจากการประชุมเพื่อความเป็นเอกภาพ และการอยู่ร่วมกันครั้งแรก (First United and Present International Gathering)ที่นครเจนีวา ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ เมื่อปี 2025

ก่อนหน้านั้นเมื่อปี 2024 ในการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (United National General Assembly) หรือ UNGA กำหนดให้วันที่ 21 ธันวาคมของทุกปีเป็น “วันสมาธิโลก” (World Meditation Day)
การประชุมในปีนี้ที่นำโดย สำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษชนแห่งชาติ (OHCHR) ให้ความสำคัญเรื่อง“สมาธิ” จึงกำหนดหัวข้อว่า : การเจริญสติ ความเมตตากรุณา และสุขภาวะร่วมกันของส่วนรวม นายมาริษ ชี้แจงว่า การประชุมในครั้งนี้เปิดกว้างให้หลายศาสนา หลายองค์กร หลากหลายมิติความเชื่อ ได้แลกเปลี่ยน“องค์ความรู้เกี่ยวกับ ”การทำสมาธิ-การเจริญสติ“ โดยเฉพาะ ”แนวทางปฏิบัติ“ เพื่อค้นหาว่าจะใช้วิธีการใดไปสู่เป้าหมาย”การเคารพสิทธิของมนุษยชาติ

การประชุมครั้งนี้ 3 องค์กรหลักที่เป็นเจ้าภาพร่วม คือ สำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (OHCHR) นำโดย Mara Arizaga ,ดร.สุภชัย วีระภุชงค์ เลขาธิการสถาบันโพธิคยาฯ และ Dr.Prashant Sharma ผู้ก่อตั้งองค์กร Dharma Alliance ได้แสดงวิสัยทัศน์ในการกล่าวเปืดการประชุม
การประชุมระดับนานาชาติเพื่อความเป็นเอกภาพ และการอยู่ร่วมกันครั้งที่ 2 จัดการประชุมย่อยในหัวข้อหลักในแต่ละ Session อาทิ หัวข้อ “การฝึกสมาธิ-เจริญจิตภาวนาภายใต้บริบท โครงสร้าง หรือรากเหง้าของศาสนา-ความเชื่อเดิม”

รองเลขาธิการสถาบันโพธิคยาฯ ระบุว่าพระพรหมศากยวงศ์วิสุทธิ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศราชวิหาร ให้ความรู้เกี่ยวกับการปฏิบัติสมาธิ เจริญสติภาวนา ด้วยจิตใจที่บริสุทธิ์ ไม่มีกิเลส การเข้าใจปัญหาอย่างสมดุลย์และมีทิศทาง ไม่นำตนเองเป็นศูนย์กลาง ทุกแนวทางปฏิบัติจะเกิดขึ้นได้เมื่อ“มนุษย์”เปลี่ยนแปลงตัวเอง โดยไม่ปิดกั้นแนวทางการปฏิบัติที่แตกต่างกัน แต่มีเป้าหมายเดียวกัน คือการเคารพสิทธิมนุษยชน ทุกแนวทางปฏิบัติ(Tradition) ต้องเปิดใจกว้าง เพื่อบรรลุเป้าหมายสูงสุด คือการแก้ปัญหาสิทธิมนุษยชนด้วยแนวทางการทำสมาธิ-เจริญสติ
ดร.สุภชัย วีระภุชงค์ เลขาธิการสถาบันโพธิคยาฯ กล่าวในระหว่างพิธีเปิดการประชุมในหัวข้อ “ Inner Transformation and Outer Engagement: Compassion ” ว่า การทำสมาธิไม่ควรถูกทำความเข้าใจเพียงการปฏิบัติส่วนบุคคลเพื่อความผ่อนคลายหรือความผาสุกทางจิตใจเท่านั้น หากยังสามารถพิจารณาได้ว่าเป็นกระบวนการต่อเนื่องในการพัฒนา คุณภาพของจิต(Quality of Mind) ซึ่งครอบคลุมความตระหนักรู้ ความสามารถในการพิจารณาแยกแยะ ความรับผิดชอบต่ออารมณ์ของตนเอง การใช้วิจารณญาณทางจริยธรรม และความสามารถในการมีปฏิสัมพันธกับผู้อื่นอย่างสร้างสรรค์

เลขาธิการสถาบันโพธิคยาฯ ยังเสนอว่า การเปลี่ยนแปลงทางสังคม อย่างยั่งยืนจำเป็นต้องให้ความสำคัญ ไม่เพียงแต่การออกแบบสถาบันและนโยบายเท่านั้น แต่รวมถึงความสามารถในการใคร่ครวญและการใช้วิจารณญาณทางจริยธรรมของบุคคลผู้มีหน้าที่นำสถาบันและนโยบายเหล่านั้นไปปฏิบัติด้วย
ด้วยเหตุนี้ การเปลี่ยนแปลงภายในและการมีส่วนร่วมต่อโลกภายนอกจึงได้รับการนำเสนอในฐานะมิติของการพัฒนามนุษย์ที่เกื้อหนุน และเสริมสร้างซึ่งกันและกัน มิใช่เป้าหมายที่แยกขาดหรือแข่งขันกันเอง
สำหรับการประชุมระดับนานาชาติครั้งที่ 2 เพื่อความเป็นเอกภาพ และการอยู่ร่วมกัน (Second United and Present International Gathering) จะจัดขึ้นในวันพรุ่งนี้เป็นวันสุดท้ายเพื่อสรุปผลการประชุม โดยช่วงบ่ายจะปิดท้ายด้วยกิจกรรมสันทนาการด้วยการล่องเรือเพื่อย้อนรอย“อารยธรรมตะโกลา”ที่เคยรุ่งเรืองในทะเลแถบอันดามันเมื่อกว่า 2,000 ปีมาแล้ว