“ลมหายใจพระพุทธเจ้า” มรดกธรรมจากแดนปรินิพพาน เรื่องและภาพ : ตวงศักดิ์ ชื่นสินธุ
กุสินารา, สาธารณรัฐอินเดีย — ก่อนอำลาแดนพุทธภูมิ ข้าพเจ้าและคณะได้เข้าไปกราบลาและถวายผ้าป่าสมทบทุน “โรงพยาบาลพระพุทธเจ้า” ณ วัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ โดยมีพระเดชพระคุณ พระราชโพธิวิเทศวัชรมุนี วิ. เลขานุการพระธรรมทูต สายประเทศอินเดีย–เนปาล และเจ้าอาวาสวัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ เมตตาให้โอวาทและมอบของที่ระลึกอันทรงความหมายยิ่ง
ของที่ระลึกชิ้นนั้นคือ “พระอบจำลอง” ซึ่งท่านอธิบายว่าเป็นเพียงเครื่องระลึกถึงพระรัตนตรัย มิใช่วัตถุมงคลเชิงไสยศาสตร์ หากเป็นสัญลักษณ์เตือนใจให้ระลึกถึง “ลมหายใจ” อันเป็นสิ่งประเสริฐที่สุดในชีวิต

“หากวันใดไม่มีลมหายใจ วันนั้นเราคงไม่มีโอกาสทำความดี ลมหายใจจึงเป็นมรดกที่พระพุทธเจ้าทรงฝากไว้แก่พุทธบริษัทสี่”
พระเดชพระคุณเน้นย้ำว่า การรักษาลมหายใจคือการมีสติรู้ลมหายใจเข้า–ออก การดูแลกายใจให้มั่นคง และการตั้งพระรัตนตรัยไว้ในหัวใจ เพราะเมื่อถึงคราวทุกข์จริง สิ่งภายนอกไม่อาจเป็นที่พึ่งได้ เท่าธรรมะที่สถิตอยู่ภายในตน

ก่อนเดินทางกลับ ข้าพเจ้าและคณะได้ร่วมกันเวียนประทักษิณรอบ พระมหาธาตุเฉลิมราชศรัทธา จำนวน 33 รอบ ตามคำแนะนำของพระเดชพระคุณ ซึ่งอ้างอิงถึงองค์ประกอบ 32 ประการแห่งกาย รวมกับ 1 สังขาร เป็น 33 เพื่อความเป็นสิริมงคลและเตือนสติถึงความไม่เที่ยงของชีวิต
ท่ามกลางความหลากหลายทางศาสนาในอินเดีย พระเดชพระคุณยังกล่าวว่า การที่พุทธศาสนิกชนชาวไทยเดินทางมาสักการะ ณ สถานที่แห่งนี้ คือส่วนหนึ่งของการสืบต่ออายุพระพุทธศาสนา และเป็นสะพานเชื่อมความเข้าใจระหว่างผู้คน

“อินเดียมาแล้วไม่ได้เลวร้าย มาแล้วมีปีติสุข เป็นอริยสุขที่สัมผัสได้เฉพาะตน”
ถ้อยคำ “ปัจจักตัง เวทิตัพโพ วิญญูหิ” — รู้ได้เฉพาะตน — สะท้อนประสบการณ์ของผู้แสวงบุญอย่างลึกซึ้ง ความปีติที่เอ่อท้น มิใช่เพราะความทุกข์ หากเป็นความอิ่มเอมจากการได้กลับสู่รากเหง้าแห่งศรัทธา
หลังเสร็จสิ้นภารกิจแห่งบุญ ข้าพเจ้าและคณะรวมเกือบ 100 ชีวิต ออกเดินทางจากกุสินารามุ่งหน้าสู่ท่าอากาศยานเมืองลักเนา ใช้เวลาเดินทางโดยรถยนต์ราว 6 ชั่วโมง ท่ามกลางความเงียบสงบที่เปรียบเสมือนช่วงเวลาแห่งการทบทวนสิ่งที่ได้รับจากแผ่นดินปรินิพพาน
จากนั้นคณะได้โดยสารเครื่องบินของสายการบินไทยแอร์เอเชีย เดินทางกลับสู่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ประเทศไทย โดยสวัสดิภาพ ปิดฉากการแสวงบุญครั้งสำคัญด้วยความอิ่มเอมทั้งกายและใจ

สิ่งที่นำกลับมา มิใช่เพียงภาพถ่ายหรือความทรงจำ หากคือ “ลมหายใจแห่งสติ” ที่จะต้องรักษาไว้ให้มั่นคง สมดังโอวาทที่ได้รับในวันอำลาแดนพุทธภูมิ.
