บทความ-สารคดี

เมื่อข้าพเจ้ามาแสวงบุญที่อินเดีย ตอนที่ 5 : เรื่องเล่าระหว่างทางจากพาราณสีสู่กุสินารา เรื่องและภาพ : ตวงศักดิ์ ชื่นสินธุ

เช้าวันใหม่ในพาราณสีเริ่มต้นด้วยความสงบ หลังจากเมื่อวานคณะของเราได้ร่วมทำบุญผ้าป่าถวายปัจจัยค่าอาหารและที่พัก ณ วัดไทยสารนาถ ใจของทุกคนอิ่มเอม เพราะปลายทางวันนี้คือ “กุสินารา” ดินแดนแห่งการดับขันธปรินิพพานขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า หมุดหมายสำคัญของการแสวงบุญครั้งนี้

ก่อนออกเดินทาง ข้าพเจ้าขอเติมพลังด้วยกาแฟตามนิสัยส่วนตัว เราแวะร้าน Café Coffee Day เชนกาแฟชื่อดังของอินเดีย ราคาต่อแก้วเมื่อเทียบเป็นเงินไทยเกือบร้อยบาท รสชาติอาจไม่จัดจ้านนัก แต่ก็ถือเป็นอีกหนึ่งสีสันเล็ก ๆ ของการเดินทางในแดนพุทธภูมิ

จากนั้น พระอาจารย์ยอดชายพาคณะไปแวะชม Swarved Mahamandir Dham ศูนย์ปฏิบัติสมาธิขนาดใหญ่ในสารนาถ อาคารหินอ่อนสีชมพูอ่อน โดมซ้อนชั้นอย่างประณีต งดงามราวกลีบดอกบัวที่ขยายตัวสู่ท้องฟ้า

ภายในสงบนิ่งกว่าภายนอกหลายเท่า ใต้โดมกลางมีพื้นหินอ่อนแกะสลักลายดอกบัวบานเต็มกลีบ ข้าพเจ้ายืนอยู่ตรงจุดกึ่งกลางนั้น ความรู้สึกเหมือนยืนอยู่บนศูนย์รวมพลังงานบางอย่าง หากมองในมิติของโยคะและปรัชญาฮินดู อาจเปรียบได้กับจุดเชื่อมโยงพลังจักรวาลสู่จักระทั้ง 7 ของมนุษย์ แต่สำหรับข้าพเจ้า นั่นคือพลังแห่งความนิ่ง ความสงบ และการหันกลับมามองใจตนเองอย่างแท้จริง
มื้อกลางวัน…รสชาติอินเดียแท้ข้างทาง

จากสารนาถ เรามุ่งหน้าสู่กุสินารา ถนนทอดยาวผ่านชนบทอินเดีย ใกล้เวลาเพล พระอาจารย์ยอดชายจำเป็นต้องฉันเพล คณะจึงพยายามค้นหาร้านอาหารตามพิกัดในแผนที่ แต่กลับหาไม่พบ สุดท้ายมาจบที่ร้านอาหารข้างทางธรรมดา ๆ แห่งหนึ่ง

ร้านไม่ได้หรู โต๊ะเก้าอี้เรียบง่าย แต่กลิ่นเครื่องเทศลอยมาแตะจมูกทันที โดยเฉพาะ “มาซาลา” เครื่องเทศพระเอกของอาหารอินเดียแทบทุกจาน
ในมื้อนี้ เมนูที่เป็นไก่ทอดคลุกมาซาลา คล้ายลาบไก่ทอดแบบไทย รวมถึงแกงไก่รสจัด เป็นอาหารที่น้อง ๆ ในคณะรับประทานกันด้วยความเอร็ดอร่อย บางคนบอกว่าหนังกรอบ เนื้อในชุ่ม เครื่องเทศเข้มข้นถึงใจ บางคนถึงกับยกนิ้วให้เต็มคะแนน

แต่สำหรับข้าพเจ้า ซึ่งถือมังสวิรัติ ไม่ได้รับประทานเนื้อสัตว์เลย

จานของข้าพเจ้าคือแกงชีส “Paneer” ชีสสดแบบอินเดีย เนื้อแน่นคล้ายเต้าหู้ และข้าวบัสมาตีหอมยาว เมนูนี้เคี่ยวสด ๆ ตรงหน้า กลิ่นขิง กระเทียม หัวหอม และเครื่องเทศรวมตัวกันอย่างลงตัว รสชาติเข้มข้นแต่กลมกล่อม

บางช่วงข้าพเจ้ารับประทานข้าวบัสมาตีเปล่า ๆ คลุกกับแกงชีส บางคำก็หยิบข้าวผัดกะเพรามังสวิรัติที่แพ็คมาจากวัดไทยสารนาถสลับกัน กลายเป็นการผสมผสานรสชาติบ้านเกิดกับรสชาติอินเดียได้อย่างพอดี

ไกด์และคนขับรถยังสาธิตวิธีกินแบบอินเดียแท้ ใช้มือขวาคลุกข้าวกับแกงแล้วปั้นเป็นคำพอดีปาก วิธีนี้ทำให้รสชาติกลมกลืนมากกว่าการใช้ช้อนส้อมอย่างที่เราคุ้นเคย

ค่าอาหารมื้อนี้รวมประมาณ 1,600 รูปี หรือราว 500 กว่าบาทไทย เจ้าของร้านยังกล่าวยืนยันว่า


“Fresh food – no leftover”
ทำสดใหม่ ไม่มีของค้าง

เมื่อเห็นการปรุงต่อหน้าต่อตา ก็พอจะเชื่อได้ว่าอาหารทุกจานสดจริง

ถึงกุสินารา…อย่างสงบ
หลังอิ่มท้อง เราเดินทางต่ออีกกว่า 2 ชั่วโมง จนกระทั่งเข้าสู่เมืองกุสินารา และมาถึง วัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ โดยสวัสดิภาพ

เมื่อรถจอดสนิท ความรู้สึกเงียบสงบแผ่ซ่าน การเดินทางจากพาราณสีสู่กุสินารา ไม่ได้เป็นเพียงการเคลื่อนย้ายระยะทางหลายร้อยกิโลเมตร แต่เป็นการเดินทางจากความวุ่นวายภายนอก สู่ความนิ่งลึกภายใน

และปลายทางแห่งศรัทธากำลังรออยู่
โปรดติดตามตอนต่อไป…กับพิธีสมโภชและขบวนแห่พระบรมสารีริกธาตุ ไฮไลท์สำคัญของการแสวงบุญครั้งนี้

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เอง

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า