เมื่อข้าพเจ้ามาแสวงบุญที่อินเดีย ตอนที่ 4 : พาราณสี หมุดหมายสักการะ และลอยบูชาพระบรมสารีริกธาตุ ณ แม่น้ำคงคา เรื่องและภาพ : ตวงศักดิ์ ชื่นสินธุ
พวกเราเดินทางถึง พาราณสี ในช่วงบ่ายแก่ ๆ และเข้าพักที่ วัดไทยสารนาถ หลังจัดเก็บสัมภาระเรียบร้อย ก็รอต้อนรับอีกคณะหนึ่ง คือคณะคุณหมอจากกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเดินทางมาปฏิบัติภารกิจสาธารณกุศลควบคู่กับการแสวงบุญ
เมื่อทุกอย่างพร้อม พระอาจารย์ยอดชายได้นำคณะเข้าสู่บริเวณสถานที่สำคัญแห่งสารนาถ
ก่อนจะเข้าไปในเนกขัมมสถูป น้องในคณะของข้าพเจ้าได้เงยหน้าถ่ายภาพท้องฟ้า และพบก้อนเมฆก้อนหนึ่งที่มีลักษณะคล้าย เศียรพญานาค 9 เศียร เรียงตัวอย่างชัดเจนเหนือบริเวณสถูป


ข้าพเจ้ามิได้กล่าวเกินจริง เพราะมีภาพถ่ายเป็นหลักฐาน ทั้งภาพก้อนเมฆ และภาพที่ข้าพเจ้ายืนอยู่ใต้ท้องฟ้านั้น ความรู้สึกในขณะนั้นคือความอัศจรรย์ใจอย่างยิ่ง จะตีความว่าเป็นความบังเอิญทางธรรมชาติ หรือเป็นนิมิตแห่งศรัทธา ก็สุดแท้แต่ใจของผู้เห็น
แต่สำหรับคณะผู้แสวงบุญที่กำลังจะก้าวเข้าสู่สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ภาพเมฆรูปพญานาคครั้งนั้น กลับเติมเต็มความปีติอย่างประหลาด ราวกับธรรมชาติร่วมเป็นสักขีพยานก่อนที่เราจะก้าวเข้าสู่เขตแห่งธรรมจักร
จากนั้นพระอาจารย์ยอดชายได้นำคณะเข้าสักการะเนกขัมมสถูป และเดินต่อไปยังมูลคันธกุฎี ก่อนถึงเสาอโศก หลักฐานสำคัญที่พระเจ้าอโศกมหาราชทรงสร้างไว้เพื่อประกาศพระพุทธศาสนา
ณ บริเวณนี้เอง พระอาจารย์ยอดชายได้นำสวด ธรรมจักรกัปปวัตตนสูตร บทพระสูตรแรกที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงโปรดปัญจวัคคีย์ทั้งห้า เสียงสวดดังกังวานท่ามกลางแผ่นดินแห่งปฐมเทศนา ทำให้พระธรรมมิใช่เพียงถ้อยคำในคัมภีร์ หากเป็นพลังที่สัมผัสได้จริง
หลังจากนั้นพวกเราได้ร่วมกันเดินประทักษิณารอบสถูป เวียนขวาเพื่อแสดงความเคารพสูงสุด ทุกก้าวที่ย่างเดินเสมือนการทบทวนหนทางสายกลางและอริยสัจสี่ที่เริ่มต้นขึ้น ณ ที่แห่งนี้

ยามเย็น หลังรับประทานอาหารเรียบร้อย พวกเราเดินทางสู่ท่าน้ำเพื่อล่องเรือในแม่น้ำคงคา แม่น้ำศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่เคยหลับใหลมากว่า 4,000 ปี
ภาพของแม่น้ำในวันนี้เปลี่ยนแปลงไปมาก ท่าน้ำหลายแห่งได้รับการปรับปรุงให้ปลอดภัยและเป็นระเบียบมากขึ้น โรงแรมใหม่ ๆ ผุดขึ้นสองฟากฝั่ง ขณะที่ในสายน้ำมีทั้งเรือพื้นบ้านและเรือสองชั้นหรูหราสำหรับผู้แสวงบุญและนักท่องเที่ยว
ในยามเช้า ชาวฮินดูจะลงอาบน้ำ บูชาพระอาทิตย์ และเข้าสักการะพระศิวะ ภาพแสงแรกกระทบผืนน้ำงดงามจนหลายคนเปรียบเปรยว่าคล้ายเวนิสแห่งยุโรป
สำหรับชาวพุทธ ไฮไลท์สำคัญของการล่องเรือครั้งนี้ คือพิธีบูชาพระบรมสารีริกธาตุ ผสมผสานกับธรรมเนียมลอยอังคาร พวกเราจุดดอกไม้และเทียน อธิษฐานถวายเป็นพุทธบูชา หนึ่งในคณะได้นำเส้นผมของบุพการีมาถวาย ด้วยความตั้งใจมอบสิ่งสูงสุดจากศีรษะแด่พระพุทธองค์
เมื่อเสร็จพิธี เราเดินทางกลับที่พัก ระหว่างทางแวะรับประทานอาหารอินเดียเล็กน้อย เช้าวันถัดมา ทุกคนยังคงสบายดี
พาราณสีจึงมิใช่เพียงเมืองเก่าแก่ทางศาสนา หากเป็นพื้นที่ที่ศรัทธา ประวัติศาสตร์ และประสบการณ์เหนือความคาดหมาย หลอมรวมกันอยู่ในวันเดียวกัน

โปรดติดตามตอนต่อไป… การเดินทางสู่เมืองกุสินารา ดินแดนแห่งปรินิพพานของพระบรมศาสดา.
