กรมทางหลวง รับฟังความคิดเห็นประชาชน ครั้งที่ 2 ปรับปรุงทางหลวงหมายเลข 2 ตอน ต.กลางดง–บ.บ่อทอง มุ่งแก้ปัญหาจราจร เพิ่มความปลอดภัยในการเดินทาง
เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2569 เวลา 09.00 น. ณ ห้องประชุม Grevillea โรงแรมชิลล์ เขาใหญ่ อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา นายคณัสชนม์ ศรีเจริญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานเปิดการประชุมสรุปผลการคัดเลือกรูปแบบการพัฒนาโครงการ (สัมมนา ครั้งที่ 2) โครงการจ้างวิศวกรที่ปรึกษาสำรวจและออกแบบปรับปรุงและแก้ไขปัญหาการจราจร บนทางหลวงหมายเลข 2 ตอน ต.กลางดง – บ.บ่อทอง จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอผลการคัดเลือกรูปแบบการพัฒนาโครงการที่เหมาะสม ผลการศึกษาด้านสิ่งแวดล้อม และแผนการดำเนินงานด้านการมีส่วนร่วมของประชาชนให้กลุ่มเป้าหมายได้รับทราบ พร้อมฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะในด้านต่างๆ จากกลุ่มเป้าหมาย และนำความคิดเห็น รวมทั้งข้อเสนอแนะที่ได้ไปใช้ในการพิจารณาประกอบในการศึกษาของโครงการ โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรเอกชน และภาคประชาชน เข้าร่วมการประชุม

โดยการประชุมในครั้งนี้ ได้นำเสนอสรุปผลการคัดเลือกรูปแบบการพัฒนาโครงการ โดยมีรายละเอียดต่างๆ ดังนี้
สำหรับพื้นที่ศึกษาโครงการฯ มีจุดเริ่มต้นโครงการอยู่บนทางหลวงหมายเลข 2 บริเวณช่วง กม.49+000
ถึง กม.59+800 รวมระยะทางประมาณ 10.800 กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ 1 อำเภอ 4 ตำบล ในจังหวัดนครราชสีมา ได้แก่ ตำบลกลางดง ตำบลหนองน้ำแดง ตำบลปากช่อง และตำบลขนงพระ อำเภอปากช่อง ทั้งนี้จากการพิจารณาปริมาณจราจร ลักษณะของถนน ความกว้างเขตทาง และสภาพพื้นที่โครงการ ที่ปรึกษาได้กำหนดรูปแบบทางเลือกในการพัฒนาโครงการ 3 รูปแบบ ดังนี้
รูปแบบที่ 1 เกาะกลางแบบยก (Raised Median) ปรับรูปแบบเกาะกลางจากเกาะกลางแบบร่อง (Depressed Median) เป็นเกาะกลางแบบยก (Raised Median) ปรับปรุงถนนเดิม 6 ช่องจราจร ให้มาอยู่กึ่งกลางเขตทาง และก่อสร้างทางคู่ขนาน 2 ฝั่ง ขนาด 2 ช่องจราจรแบบสวนทาง เพื่อให้เกิดความสะดวกในการเชื่อมต่อชุมชน ร้านค้าในพื้นที่ แบ่งการจราจรของช่องทางหลัก และทางคู่ ขนานด้วยเกาะยก เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการสัญจร และยังสามารถปลูกไม้พุ่มเพื่อให้เกิดทัศนียภาพที่สวยงามและช่วยป้องกันแสงไฟหน้ารถสวนทางเข้าตาผู้ขับขี่
รูปแบบที่ 2 เกาะกลางแบบร่อง (Depressed Median) คงรูปแบบเกาะกลางแบบร่อง (Depressed Median)
ซึ่งทำหน้าที่ช่วยเป็นทางระบายน้ำผิวทาง ต้องมีการปรับตำแหน่งเกาะกลาง และถนน 6 ช่องจราจรเดิม ให้มาอยู่กึ่งกลาง
เขตทาง ทำการก่อสร้างทางคู่ขนาน 2 ฝั่ง ขนาด 2 ช่องจราจร แบบสวนทาง เพื่อให้เกิดความสะดวกในการเชื่อมต่อชุมชน ร้านค้าในพื้นที่ โดยแบ่งการจราจรของช่องทางหลัก และทางคู่ขนานด้วยเกาะยก เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการสัญจร

รูปแบบที่ 3 เกาะกลางแบบเป็นราวหรือกำแพงคอนกรีต (Barrier Median) ปรับรูปแบบเกาะกลางจาก
เกาะกลางแบบร่อง (Depressed Median) เป็นเกาะกลางกำแพงคอนกรีต (Barrier Median) ปรับปรุงถนนเดิม 6 ช่องจราจร ให้มาอยู่กึ่งกลางเขตทาง และก่อสร้างทางคู่ขนาน 2 ฝั่ง โดยเกาะกลางกำแพงคอนกรีตช่วยป้องกันการข้ามฝั่งของรถทิศทางตรงข้าม เป็นการป้องกันการเกิดอุบัติเหตุร้ายแรง ทำการปรับปรุงคันทางเดิม ก่อสร้างทางคู่ขนานแบบสวนทาง เพื่อให้เกิดความสะดวกในการเชื่อมต่อชุมชน ร้านค้าในพื้นที่ แบ่งการจราจรของช่องทางหลัก และทางคู่ขนานด้วยเกาะกำแพงคอนกรีต เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการสัญจร
ทั้งนี้ จากการพิจารณเปรียบเทียบปัจจัยทั้ง 3 ด้าน ได้แก่ ด้านวิศวกรรมและจราจร ด้านเศรษฐกิจและการลงทุน และด้านผลกระทบต่อส่งแวดล้อม สรุปได้ว่า รูปแบบที่ 3 เกาะกลางแบบเป็นราวหรือกำแพงคอนกรีต (Barrier Median) มีความเหมาะสมมากที่สุด โดยด้านวิศวกรรมและจราจรมีความปลอดภัยสำหรับผู้ใช้เส้นทางจากการป้องกันรถข้ามเกาะกลางและสามารถรองรับปริมาณจราจรได้ดีที่สุด ด้านเศรษฐกิจและการลงทุนมีค่าบำรุงรักษาถูกที่สุด และด้านผลกระทบสิ่งแวดล้อมเป็นรูปแบบที่มีความปลอดภัยผู้ใช้ทาง เนื่องจากมีความกว้างทางเท้ามากที่สุด จึงมีความเหมาะสมที่จะใช้ในการออกแบบในรายละเอียดต่อไป
ส่วนแนวทางในการปรับปรุงรูปแบบการจัดการจราจรของสายทาง มีการยกเลิกจุดกลับรถระดับพื้น และใช้ทางแยกต่างระดับมาแก้ปัญหา เพื่อให้สอดคล้องกับลักษณะทางกายภาพของพื้นที่ โดยกำหนดตำแหน่งทางแยกต่างระดับ 2 จุด ตามลำดับความสำคัญ ได้แก่
จุดที่ 1 บริเวณ กม. 52+000 (โรงฟักไข่ปากช่อง บมจ.ซีพีเอฟ) โดยจากการพิจารณาความเหมาะทางกายภาพ
ในพื้นที่ จะเห็นว่าบริเวณดังกล่าวมีลักษณะเป็นโค้งหงาย การปรับปรุงบริเวณดังกล่าวจึงมีความเหมาะสมทางกายภาพในการทำจุดกลับรถต่างระดับได้ ซึ่งส่งผลให้สามารถปิดจุดกลับรถระดับพื้นเดิมที่เป็นจุดเสี่ยงอันตราย โดยรูปแบบทางแยกต่างระดับ
ที่มีความเหมาะสมที่สุด คือ รูปแบบสะพานบนทางหลัก (Overpass) และวงเวียนใต้สะพาน

จุดที่ 2 บริเวณทางหลวงหมายเลข 2 กม. 49+400 (วัดปางแจ้ง) จัดทำขึ้นเพื่อรองรับปริมาณจราจรช่วงต้น
โครงการ และรองรับการปิดจุดกลับรถระดับพื้นเดิม โดยตำแหน่ง กม. 49+400 (วัดปางแจ้ง) มีสภาพกายภาพที่มีความลาดชันต่ำ จึงเหมาะสมต่อการตั้งโครงสร้างต่างระดับ โดยรูปแบบทางแยกต่างระดับที่มีความเหมาะสมที่สุด คือ รูปแบบสะพานบนทางหลัก (Overpass) และวงเวียนใต้สะพาน
สำหรับการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมในช่วงที่ผ่านมา ได้ดำเนินการรวบรวมข้อมูลทุติยภูมิ สำรวจและเก็บตัวอย่างด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อนำมาประกอบการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น (IEE) โดยมีประเด็นที่ศึกษาครอบคลุม 4 ด้าน ได้แก่ ทรัพยากรสิ่งแวดล้อมทางกายภาพ ทรัพยากรสิ่งแวดลอมทางชีวภาพ คุณค่าการใช้ประโยชน์ของมนุษย์ และคุณค่าต่อคุณภาพชีวิต ซึ่งจะนำไปศึกษาต่อในขั้นรายละเอียด (EIA) เพื่อเตรียมกำหนดมาตรการป้องกัน และแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม และแผนการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมต่อไป
ภายหลังการประชุมครั้งนี้ กรมทางหลวง จะรวบรวมข้อมูลความคิดเห็น และข้อเสนอแนะจาก
ทุกภาคส่วนนำมาพิจารณาประกอบการศึกษาและออกแบบรายละเอียดของโครงการให้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งจะดำเนินการจัดกิจกรรมการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยมีกำหนดจัดการประชุมหารือมาตรการลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม (กลุ่มย่อย ครั้งที่ 2) ในช่วงประมาณเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.2570 เพื่อนำเสนอรายละเอียดข้อมูลความคืบหน้าของโครงการไปสู่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนในพื้นที่โครงการได้รับทราบข้อมูลที่ถูกต้อง โดยผู้สนใจสามารถติดตามความคืบหน้าและรายละเอียดของโครงการฯ ได้ที่เว็บไซต์ www.กลางดง-บ่อทอง.com แฟนเพจเฟซบุ๊ก : ทางหลวงหมายเลข 2 ต.กลางดง-บ.บ่อทอง และ Line Official โครงการ : @777uxshq (ทล.2 กลางดง-บ่อทอง)
