สังคม-สตรี-เยาวชน

ร้องทุกข์ “ปวีณา” แม่รายที่ 1 เดินทางมาจากจ.ชัยภูมิ ลูกสาววัย 17 ปีพิการทางสติปัญญาและทางการเรียนรู้ ถูกทำร้ายเสียชีวิตในสถานฟื้นฟูฯ

วันที่ 7 ก.ย.69 เวลา 10.30 น. แม่ 2 ราย เดินทางมามูลนิธิปวีณาฯ โดยไม่ได้นัดหมาย เข้าร้องทุกข์ “ปวีณา” เดินทางมาจากจ.ชัยภูมิ ลูกสาววัย 17 ปีพิการทางสติปัญญาและทางการเรียนรู้ ถูกทำร้ายเสียชีวิตในสถานฟื้นฟูฯ แห่งหนึ่งของรัฐ จ.ลำปาง ขณะที่แม่รายที่ 2 ลูกสาววัย 18 ปีป่วยซึมเศร้าจากการถูกล่วงละเมิดทางเพศเป็นผู้ก่อเหตุ แม่ทั้ง 2 ราย ติดใจสงสัยเนื่องจากเด็กสาวทั้ง 2 ฝ่าย อยู่ในความดูแลของสถานฟื้นฟูฯ ลำปาง แต่ขณะเกิดเหตุช่วงสายของวันที่ 22 เม.ย. 69 ไม่มีเจ้าหน้าที่สถานฟื้นฟูฯ เข้าช่วยเหลือระงับเหตุการทะเลาะวิวาทจนเกิดเหตุสลด และให้แม่ทั้ง 2 ฝ่ายฟ้องร้องกันเอง อีกทั้งแม่ทั้ง 2 รายได้ไปแจ้งความดำเนินคดีกับ ผอ. และเจ้าหน้าที่สถานฟื้นฟูฯ รวมถึงยื่นฟ้องต่อศาลปกครองแล้ว จึงได้เดินทางมาพบ “ปวีณา” เพื่อขอให้ประสานผู้บริหารกระทรวงต้นสังกัด ตั้งคณะกรรมการสอบสวนเอาผิดสถานฟื้นฟูฯ แห่งนี้ เพื่อจะไม่ให้เกิดเรื่องร้ายขึ้นอีก โดยเชื่อมั่นว่าผู้บริหารกระทรวงต้นสังกัดจะยังไม่รับทราบข้อมูลนี้และเพื่อหามาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำอีก

ที่มูลนิธิปวีณาฯ : วันที่ 7 ก.ย.69 เวลา 10.30 น. เหตุการณ์สลดในสถานพัฒนาและฟื้นฟูเด็กแห่งหนึ่งของรัฐใน จ.ลำปาง เด็กสาววัย 18 ปี ป่วยซึมเศร้าจากการถูกล่วงละเมิดทางเพศ ทำร้ายร่างกายเด็กสาววัย 17 ปี ที่พิการทางสติปัญญาและทางการเรียนรู้ จนเลือดออกในสมองและเสียชีวิต เหตุเกิดเมื่อวันที่ 22 เม.ย. 69 โดยผู้ก่อเหตุถูกจับกุมส่งเรือนจำกลางลำปาง แม่ทั้ง 2 ฝ่ายต่างเดินทางมาขอความช่วยเหลือ “ปวีณา” โดยแม่ของผู้เสียชีวิต เดินทางมาจากจ.ชัยภูมิ และแม่ของผู้ก่อเหตุ เดินทางมาจากจ.อ่างทอง ทั้ง 2 คนมามูลนิธิปวีณาฯ โดยไม่ได้นัดหมาย ทั้งสองครอบครัวสงสัยการทำงานของเจ้าหน้าที่สถานฟื้นฟูฯ แห่งนี้ จึงมาขอความเป็นธรรม เนื่องจากติดใจว่า ขณะเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ไปไหน ทำไมไม่มีใครเข้าระงับเหตุ ปล่อยให้เด็กป่วยจิตเวชในความดูแลของสถานฟื้นฟูฯ ทำร้ายกันเองโดยไม่มีเจ้าหน้าที่มาห้าม ทั้งนี้ตำรวจมีหลักฐานภาพจากกล้องวงจรปิดขณะเกิดเหตุพบมีเพียงเด็กป่วยจิตเวชด้วยกันที่วิ่งเข้าไปช่วย จากนั้นเจ้าหน้าที่ถึงตามเข้ามาทีหลัง หลังจากที่เกิดเหตุแล้ว แม่ของเด็กทั้ง 2 ฝ่าย กล่าวว่า เจ้าหน้าที่สถานฟื้นฟูฯ ปัดความรับผิดชอบและโยนให้เป็นเรื่องของ 2 ครอบครัวฟ้องร้องกันเอง ทั้งที่สิทธิการปกครองเด็กอยู่กับสถานฟื้นฟูฯ ตลอด 24 ชม. และสถานฟื้นฟูฯ ปฏิเสธการให้ดูกล้องวงจรปิด ปิดบังสภาพความเป็นอยู่ของเด็ก และพยายามกีดกันไม่ให้แม่ทั้ง 2 ฝ่ายคุยกัน รวมถึงขอร้องไม่ให้มาร้องเรียนมูลนิธิปวีณาฯ เพราะกลัวเจ้าหน้าที่เดือดร้อน “มูลนิธิปวีณาฯ” ได้พาแม่ทั้ง 2 ฝ่ายเข้าแจ้งความที่ สภ.ทุ่งฝาย จ.ลำปาง เพื่อดำเนินคดีกับ ผอ. และเจ้าหน้าที่สถานฟื้นฟูฯ ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง เอาผิดสถานฟื้นฟู และแม่ของเด็กทั้ง 2 ฝ่ายได้เดินทางมามูลนิธิปวีณาฯ เพื่อขอให้เสนอเรื่องไปยังผู้บริหารกระทรวงซึ่งคาดว่าผู้บริหารกระทรวง จะไม่ทราบเรื่อง หรือ ไม่ได้รับ ข้อมูลที่แท้จริง จึงขอให้มูลนิธิมูลนิธิปวีณาฯ เสนอเรื่องไปยังกระทรวงต้นสังกัด “ปวีณา” ได้ประสานผู้บริหารในกระทรวงฯ ให้รับทราบข้อมูลที่แท้จริงและให้ดำเนินการตรวจสอบสถานฟื้นฟูแห่งนี้ เพื่อไม่ให้เกิดเรื่องราวที่น่าเศร้าสลดใจอีก โดยแม่ทั้ง 2 ฝ่าย ขอให้ลูกของเราเป็นคนสุดท้าย

นางปวีณา ได้รับเรื่องและกล่าวแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมกล่าวว่า โดยตนเองก็เป็นอดีตรัฐมนตรีกระทรวงนี้มาก่อน ตนรู้สึกเสียใจและจะให้ความกระจ่าง ไม่คิดว่าจะมีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น กระทรวง พม. เป็นที่พึ่งของประชาชนที่แท้จริง ต่อจากนี้นางปวีณา จะได้ประสานไปยัง รัฐมนตรี นายนิกรโสมกลาง ปลัดกระทรวงฯ นายกันตพงศ์ รังสีสว่าง และ อธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน นางอภิญญา ชมภูมาศ เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและตั้งคณะกรรมการสอบสวน และขอให้กระทรวงฯ ได้เข้มงวดในการดูแลความปลอดภัยในสถานฟื้นฟูฯ ไม่ให้มีเรื่องราวที่น่าเศร้าสลดใจเช่นนี้อีก โดยมูลนิธิปวีณาฯ จะติดตามคดีนี้อย่างใกล้ชิดและให้ความช่วยเหลือทั้ง 2 ครอบครัวให้ได้รับความเป็นธรรมอย่างใกล้ชิดร่วมกับตำรวจและผู้บริหารกระทรวงฯ รวมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป..

เด็กสาววัย 17 ปีพิการทางสติปัญญาและทางการเรียนรู้ ถูกเพื่อนผู้หญิงอายุ 18 ปี ป่วยซึมเศร้าทำร้ายร่างกายเสียชีวิตในสถานฟื้นฟูฯ แห่งหนึ่งในจ.ลำปาง แม่สงสัยครูพี่เลี้ยงหายไปไหน ทำไมไม่มีใครระงับเหตุจนเด็กทำร้ายกันตาย ตามหลักฐานกล้องวงจรปิดที่ตำรวจยื่นต่อศาล ขณะเกิดเหตุมีแต่เด็กป่วยจิตเวชวิ่งเข้าช่วยเหลือ แต่ไม่มีครูพี่เลี้ยงจนเด็กถูกทำร้าย ครูพี่เลี้ยงถึงเข้าไปทีหลัง แม่ของเด็กทั้งสองคนได้เดินทางมาพบ “ปวีณา” โดยไม่ได้นัดหมายเพื่อขอความเป็นธรรม โดยแม่ที่ลูกถูกทำร้ายเสียชีวิตเดินทางมาจาก จ.ชัยภูมิ ส่วนแม่ที่ลูกทำร้ายเพื่อนเดินทางมาจาก จ.อ่างทอง ขอให้ปวีณา ประสานผู้บริหารกระทรวง เพื่อสอบสวนทางวินัยกับผอ. สถานฟื้นฟูและเจ้าหน้าที่ และของให้ตรวจสอบการปฏิบัติงานของ ผอ.สถานฟื้นฟูฯ และเจ้าหน้าที่สถานฟื้นฟูฯ แห่งนี้ เนื่องจากทั้งสองครอบครัวฝากลูกสาวและมอบอำนาจในการดูแลลูกสาวให้กับทางสถานฟื้นฟูฯ จ.ลำปาง ดูแลลูกทั้งสองย่อมต้องเป็นตามความรับผิดชอบของสถานฟื้นฟูฯ แห่งนี้ แต่ปรากฏว่าสถานฟื้นฟูฯ ตัดความรับผิดชอบและโยนบาป โยนความผิดให้แม่เด็กทั้งสองฟ้องร้องกันเอง ทั้งนี้แม่ทั้ง 2 ราย เดินทางมาขอให้ “ปวีณา” ช่วยเรียกร้องความเป็นธรรม โดยแม่ทั้งสองได้แจ้งความไว้แล้วกับตำรวจสภ.ทุ่งฝาย จ.ลำปาง และยื่นฟ้องร้องต่อศาลปกครอง เพื่อเอาผิดกับ ผอ.สถานฟื้นฟูแห่งนี้ ของให้มูลนิธิปวีณาฯ ติกตามคดีให้ได้รับความเป็นธรรม

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เอง

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า