” ปวีณา ” พาพ่อแม่เด็กทารกที่เสียชีวิตไปรับศพและฟังผลการชันสูตรศพเบื้องต้น
ที่ สถาบันนิติเวชโรงพยาบาลตำรวจ วันพฤหัสบดีที่ 23 ก.ค. 69 เวลา 13.00 น. ” ปวีณา ” พาพ่อแม่เด็กทารกที่เสียชีวิตไปรับศพและฟังผลการชันสูตรศพเบื้องต้นกับพล.ต.ต.วิรุฬห์ ศุภสิงห์ศิริปรีชา ผู้บังคับการ สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ และแพทย์ สถาบันนิติเวชโรงพยาบาลตำรวจ เนื่องจาก พ่อแม่ ร้อง ” ปวีณา ” โรงพยาบาลรัฐแห่งหนึ่งในจังหวัดอ่างทองจัดเลี้ยงโต๊ะจีน 5 โต๊ะในห้อง ICU เด็ก ซึ่งมีเด็กที่เพิ่งคลอดประมาณ 5 คนรวมอยู่ในห้องนั้น รวมทั้งลูกของพ่อแม่ที่มาทองทุกข์ ที่พึ่งผ่าคลอดได้ 5 วัน มีภาวะความดันในปอดสูง และหมอแจ้งว่าปลอดภัยแล้ว แต่ภายหลังโรงพยาบาลได้จัดเลี้ยงโต๊ะจีนในห้อง ICU ปลอดเชื้อเด็กอ่อน 5 โต๊ะ ซึ่งมีพนักงานเสริฟโต๊ะจีนเข้ามาเสิร์ฟโดยไม่ได้ป้องกันหรือสวมหน้ากากอนามัยใดๆ หลังจัดงานวันรุ่งขึ้น 21 ก.ค. 69 ทารกของพ่อแม่ที่มาร้องทุกข์ เสียชีวิต พ่อแม่ติดใจการเสียชีวิต จึงแจ้งมาขอความช่วยเหลือมูลนิธิปวีณา หลังได้รับเรื่องปวีณา ได้ประสาน ผกก.สภ.สามโก้ จ.อ่างทอง ส่งศพชันสูตรที่สถาบันนิติเวชโรงพยาบาลตำรวจ โดยที่โรงพยาบาลที่ทารกเสียชีวิตไม่ได้แจ้งตำรวจเพื่อมาชันสูตรพลิกศพการเสียชีวิตของเด็กเบื้องต้น ซึ่งแจ้งให้พ่อแม่รีบนำศพทารกไปเผาเลย แม่จึงโทรศัพท์สายด่วน 1134 มาขอความช่วยเหลือจากมูลนิธิปวีณา
วันนี้เวลา 13.00 น นางปวีณา เดินทางไปสถาบันนิติเวชโรงพยาบาลตำรวจ พาพ่อแม่เด็กทารกไปรับศพ และสอบถามสาเหตุการเสียชีวิตของทารกเบื้องต้นกับแพทย์ พ่อแม่ข้องใจ หลังลูกเสียชีวิต พบบริเวณกะโหลกศีรษะฝั่งขวายุบ และกระดูกข้อเท้าข้างซ้ายหมุนได้ อยากทราบว่าเกิดจากสาเหตุใด
ร.ต.อ.สยาม สังข์ประเสริฐ นายแพทย์ (สบ 1) กลุ่มงานนิติพยาธิ นต.รพ.ตร. นายแพทย์ (สบ 1) กลุ่มงานนิติพยาธิ นต.รพ.ตร กล่าวถึงการตรวจชันสูตรศพทารกเบื้องต้นว่า จากการชันสูตรศพภายนอก ไม่พบความผิดปกติ ที่แม่สงสัยศีรษะ และข้อเท้ามีอาการบวม อาจเกิดจากการบวมน้ำเกลือ ในส่วนข้อเท้าไม่พบความผิดปกติ ขณะนี้ได้มีการเก็บตัวอย่างเลือด ไป 2 ตัว หาเชื้อ รวมถึง ปอด หัวใจ ชิ้นเนื้อ และสมอง ขณะนี้ยังระบุสาเหตุการเสียชีวิตที่ชัดเจนไม่ได้ ต้องรอผลจากแลป ประมาณ 2-3 สัปดาห์ ในการตรวจเชื้อก็จะบอกได้ว่าเป็นเชื้ออะไรและมาจากไหน เป็นเชื้อภายในโรงพยาบาลหรือเชื้อจากด้านอกโรงพยาบาล
รายละเอียด…
สืบเนื่องจาก วันที่ 22 ก.ค.69 พ่อแม่ใจสลาย!! ร้องทุกข์ต่อ นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี แจ้งว่า วันที่ 17 ก.ค. 69 แม่ท้องแก่ 8 เดือนต้องผ่าคลอดลูกก่อนกำหนดที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ใช้สิทธิบัตรทอง ลูกชายออกมาน้ำหนักแรกเกิด 4,305 กรัม มีภาวะความดันในปอด ต้องอยู่ในตู้อบผ่านไป 3-4 วัน แพทย์แจ้งว่าอาการมีแนวโน้มดีขึ้น จู่ๆ อยู่ในตู้อบเป็นวันที่ 5 คือวันที่ 21 ก.ค. ลูกกลับมีอาการโคม่าแพทย์ต้องปั๊มหัวใจก่อนจะเสียชีวิตลงด้วยอายุเพียง 5 วัน โดยแพทย์แจ้งกับแม่ว่า “ทารกติดเชื้อใหม่ในกระแสเลือด” ส่วนในหนังสือรับรองการตายของโรงพยาบาลระบุ สาเหตุการตาย “แรงดันในปอดสูง”
แม่กล่าวว่า หลังผ่าคลอดลูกเช้าตรู่วันที่ 17 ก.ค.69 พยาบาลกำลังจะพาตนไปพักฟื้นที่ห้องรวม และนำลูกเข้าตู้อบเนื่องจากหายใจผิดปกติ ประมาณเที่ยงคืนพยาบาลตามพ่อขึ้นไปพบหมอ และหมอแจ้งว่าเด็กหายใจเร็วกว่าปกติอาจจะทำให้เด็กเหนื่อย ซึ่งจะต้องใส่ท่อช่วยหายใจทางปากเพื่อช่วยให้เด็กหายใจได้สะดวกขึ้น พ่อจึงยอมเซ็นเอกสารยินยอมให้ทำการรักษา
ต่อมาเช้าวันที่ 17 ก.ค. 69 เวลา 10.00 น. ห้อง ICU เด็กได้โทรมาแจ้งที่วอทพยาบาลให้แม่ขึ้นไปหาลูก หมอห้อง ICU จึงได้แจ้งให้ทราบว่าเด็กหยุดหายใจจึงได้ทำการปั๊มกลับมาและอยู่ในสภาพตัวเริ่มเขียว หมอแจ้งว่าเด็กมีภาวะความดันในปอดสูง ซึ่งจะต้องดูอาการอย่างใกล้ชิด วันที่ 19 ก.ค. 69 แม่ออกจาก รพ.กลับมาพักฟื้นที่บ้าน
วันที่ 20 ก.ค. 69 ไปเยี่ยมลูกที่ รพ.ช่วงประมาณเวลา 11.00 น. ได้พบกับหมอเจ้าไข้ลูก แจ้งว่าเด็กอาการดีขึ้นแล้ว และลดยาความดันในปอดลง ลดเครื่องช่วยหายใจลงหากอาการดีขึ้นจะส่งต่อไปรักษาต่อที่ รพ.เด็ก แต่ตอนนี้ไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ จากนั้นเวลาประมาณ 13.30 พ่อแม่กลับจากซื้อของใช้ให้ลูกกลับมา พบว่าห้อง ICU เด็ก มีผู้อำนวยการ พยาบาล และบุคลากรการแพทย์ ได้นั่งกินเลี้ยงโต๊ะจีนภายในห้อง ICU เด็ก จำนวน 5 โต๊ะ ซึ่งจัดอยู่ตู้อบของลูกตน มีเพียงม่านลอยใสกั้นเท่านั้น ตนจึงจะเข้าไปหาลูก กลับถูกพยาบาลไล่ออกมาด้วยน้ำเสียงดุตะตอกใส่ และบอกว่าวันนี้ไม่สะดวกให้เข้าเยี่ยม เนื่องจากมีงานจัดเลี้ยงในห้อง ICU ตนจึงได้ถามหัวหน้าพยาบาล ICU เด็กว่า ในห้องนี้จัดงานแบบนี้ได้หรือ? หมอเจ้าของไข้แจ้งว่า ไม่ติดเชื้อหรอกเพราะเด็กอยู่ในตู้อบปอดเชื้อ แต่สภาพที่เห็นมีพนักงานโต๊ะจีนเดินเข้าไปเสิรฟ์อาหารและใกล้ชิดกับตู้อบลูก ไม่ได้ป้องกันสวมใส่หน้ากากอนามัยใดๆ ทั้งสิ้น
กระทั่งเช้าวันที่ 21 ก.ค.69 เวลาประมาณ 09.14 น. พยาบาลห้อง ICU เด็กโทรมาเบอร์พ่อเด็กและแจ้งว่าอาการเด็กวิกฤติตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว ให้พ่อกับแม่รีบไปดูน้อง ประมาณ 10.00 น. หมอเจ้าของไข้บอกว่า ได้ปั๊มหัวใจเด็กไปครั้งหนึ่งก่อนหน้านี้แล้ว และเรียกพ่อเด็กไปคุยส่วนตัว แจ้งว่า เด็กติดเชื้อใหม่ในกระแสเลือด เพราะเด็กหัวใจเต้นช้าลง หมอได้เข้าไปดูอาการเด็ก 45 นาที หมอเดินออกมาบอกว่าเด็กเสียชีวิตแล้ว และเร่งให้รับศพออกจากห้อง ICU นำไปวัดทำพิธี และมีพยาบาลโทรมาถามว่า เผาศพหรือยัง ทำพิธีหรือยัง
วันที่ 22 ก.ค.69 พ่อแม่จึงได้นำศะลูกไปไว้ที่วัด และเตรีนมฌาปนกิจศพวันพฤหัสบดีที่ 23 ก.ค. 69 เวลา 15.00 น.ขณะเตรียมจัดงานศพลูกที่วัดพ่อแม่ก็ทำใจไม่ได้ ติดใจสงสัยเป็นอย่างยิ่งเกี่ยวกับสาเหตุการเสียชีวิตของลูกจึงติดต่อมาขอความช่วยเหลือจากมูลนิธิปวีณาฯ ช่วยให้ความเป็นธรรมกับครอบครัวด้วย และตรวจสอบหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงของลูกด้วย
หลังรับเรื่องวันที่ 22 ก.ค.69 นางปวีณา ได้ประสาน พ.ต.อ.กัณตภณ ธนาธิปปิ่นสกุล ผกก.สภ.สามโก้ จ.อ่างทอง ขอให้ทำหนังสือส่งศพเด็กไปชันสูตรที่สถาบันนิติเวช รพ.ตำรวจ โดย ผกก.สภ.สามโก้ ได้ร่วมกับแพทย์ รพ.สามโก้ เดินทางไปที่วัดเพื่อตรวจสอบเบื้องต้นทันที จากนั้นพ่อแม่ได้เดินทางจากจ.อ่างทอง นำศพลูกมายังสถาบันนิติเวช รพ.ตำรวจ เพื่อทำการชันสูตร
ช่วงเช้าวันที่ 23 ก.ค.69 นางปวีณา ได้รับรายงานว่า แพทย์ได้ชันสูตรศพทารกเรียบร้อยจึงได้พาพ่อแม่เดินทางมาฟังผลการชันสูตรศพเบื้องต้นจากแพทย์ และจะต้องรอผลชันสูตรศพอย่างละเอียดอีกครั้งประมาณ 2-3 สัปดาห์ และนางปวีณา จะได้ประสาน นพ.ทวีโชค โรจนอารัมภ์กุล สสจ.อ่างทอง ตรวจสอบข้อเท็จจริงการทำงานของโรงพยาบาลดังกล่าว และข้อเท็จจริงในการจัดเลี้ยงว่าวันเวลาดังกล่าว มีการจัดเลี้ยงโต๊ะจีนจริงหรือไม่ ซึ่งมูลนิธิปวีณาฯ จะติดตามกรณีนี้เพื่อให้ความเป็นธรรมกับพ่อแม่ที่ต้องสูญเสียลูกรายนี้ต่อไป