ช่วย ด.ญ.วัย 13 ปี ออกจากขุมนรก ด.ญ.ถูกข่มขู่ทำร้าย บังคับรับแขก
สน.บางเขน : วันที่ 20 มี.ค.69 จับแล้ว!! “ปวีณา” จับมือ ตำรวจนครบาล รวบแม่เล้าค้ากาม ช่วย ด.ญ.วัย 13 ปี ออกจากขุมนรก ด.ญ.ถูกข่มขู่ทำร้าย บังคับรับแขกไม่เว้นวันแม้แต่มีประจำเดือน เดือน ม.ค. 69 จำนวน 24 ครั้ง, เดือน ก.พ. 69 จำนวน 15 ครั้ง, วันที่ 1 มี.ค. 69 รับแขกวันสุดท้าย รวมแล้วกว่า 40 ราย แถมลูกค้าบางรายยังบังคับให้เด็กเสพยาก่อนสังเวยกาม เผยพฤติกรรมแม่เล้าสุดแสบช่วงแรกแสร้งเป็นใจดีให้มาอยู่ด้วย ต่อมาบังคับให้เด็กขายบริการทางเพศ มีครั้งหนึ่งแม่เล้าจัดฉากเล่นละครให้ด.ญ.เข้าโรงแรมกับลูกค้า ก่อนให้เพื่อนแม่เล้าเล่นเป็นแม่ด.ญ.ไปเคาะประตูห้องแบล็กเมล์ลูกค้าเรียกเงิน 3 หมื่นบาท แลกกับการไม่ถูกดำเนินคดี เด็กทนไม่ไหวบอกพลเมืองดีพามาขอความช่วยเหลือจาก “ปวีณา” ประสาน พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า รอง ผบช.น. พล.ต.ต.เกียรติกุล สนธิเณร ผบก.น.2 พ.ต.อ.ธิติพงศ์ ภิวัฒนวุฒิกุล รอง ผบก.น.2 พ.ต.อ.อนันต์ วรสาตร์ ผกก.สน.บางเขน ตำรวจนครบาลรวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับรวบตัวแม่เล้าทันที ล่าสุด พล.ต.ต.เกียรติกุล สนธิเณร ผบก.น.2 พ.ต.อ.อนันต์ วรสาตร์ ผกก.สน.บางเขน ได้จับกุม แม่เล้า แล้ววันนี้ และจะเร่งขยายผลผู้ซื้อบริการทางเพศเด็กดำเนินคดีตามกฏหมายให้หมดทุกคน
นางปวีณา กล่าวว่า ในวันที่ 13 มี.ค.69 มีพลเมืองดีพาด.ญ.มาขอความช่วยเหลือถูกแม่เล้า วัย 34 ปี บังคับค้าประเวณี โดยพ่อแม่ของด.ญ.แยกทางกัน แม่ไปทำงานสวนเกษตรที่ไต้หวัน ส่วนพ่อไปทำงานที่เกาหลี น้องนิว (นามสมมุติ) อายุ 13 ปี เรียนจบป.6 ที่จ.อุดรธานี อยู่กับตายายไม่ได้เรียนต่อเพราะความยากจน แม่จึงให้น้องนิวมาอยู่กับป้าที่กรุงเทพฯ ให้ฝึกอาชีพเสริมสวยกับป้า ต่อมาน้องนิวถูกเพื่อนที่รู้จักในโซเชียลชักชวนไปอยู่ด้วยโดยมีลูกของแม่เล้าเป็นเพื่อนในกลุ่มนี้ด้วย หลังรับเรื่องจากพลเมืองดี นางปวีณา ได้โทรศัพท์ไปหาแม่ของน้องนิว ที่ประเทศไต้หวัน แม่ถึงกับช็อก!! เมื่อรู้ข่าวลูกสาวถูกบังคับค้ากามจึงขอให้มูลนิธิปวีณาฯ ช่วยรับน้องนิวอยู่ในความดูแล และพาเข้าแจ้งความดำเนินคดี โดยให้ป้าน้องนิวซึ่งอาศัยอยู่จ.พระนครศรีอยุธยาเดินทางมาพบหลานที่มูลนิธิปวีณาฯ วันที่ 16 มี.ค.69 นางปวีณา ได้พาน้องนิวและป้าไปพบและเข้าแจ้งความกับ พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า รอง ผบช.น. พล.ต.ต.เกียรติกุล สนธิเณร ผบก.น.2 พ.ต.อ.ธิติพงศ์ ภิวัฒน์วุฒิกุล รอง ผบก.น.2 พ.ต.อ.อนันต์ วรสาตร์ ผกก.สน.บางเขน และนางปวีณา ได้ประสาน นางสาวสุนีย์ ศรีสง่าตระกูลเลิศ รองปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ส่งเจ้าหน้าที่กองต่อต้านการค้ามนุษย์ พม. เข้าร่วมสอบเด็กหญิงวัย 13 ปี คัดแยกเหยื่อค้ามนุษย์ในวันดังกล่าว หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่มูลนิธิปวีณาฯ ได้พาน้องนิวไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลตำรวจวันที่ 17 มี.ค.69 และสอบสหวิชาชีพในวันที่ 18 มี.ค.69
ล่าสุดวันนี้ 20มี.ค. 69 นางปวีณา ได้รับรายงานจาก พล.ต.ต.เกียรติกุล สนธิเณร ผบก.น.2 แจ้งความคืบหน้าว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.บางเขน ได้รวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับ น.ส.เเอน (นามสมมุติ) อายุ 34 ปี แม่เล้าค้ากามเด็กหญิงวัย 13 ปีแล้ว ในข้อหา “ค้ามนุษย์โดยเป็นธุระจัดหา ซื้อ ขาย จำหน่าย พามาจากหรือส่งไปยังที่ใด จัดให้อยู่อาศัย หรือรับไว้ซึ่งเด็ก โดยมีความมุ่งหมายเพื่อเป็นการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากการค้าประเวณี โดยได้กระทำแก่บุคคลอายุไม่เกินสิบห้าปี, เป็นธุระจัดหาซึ่งบุคคลใดเพื่อให้บุคคล นั้นกระทำการค้าประเวณี” โดยได้นำหมายจับไปจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ที่ส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย เจ้าหน้าที่ตำรวจสน.บางเขน อยู่ระหว่างสอบปากคำ และจะคุมตัวส่งฝากขังศาลวันที่ 21 มี.ค.นี้ และจะสืบสวนขยายผลผู้ร่วมขบวนการค้ามนุษย์และผู้ซื้อบริการมาดำเนินคดีต่อไป
นางปวีณา กล่าวว่า ขอขอบคุณ พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า รอง ผบช.น. พล.ต.ต.เกียรติกุล สนธิเณร ผบก.น.2 พ.ต.อ.ธิติพงศ์ ภิวัฒนวุฒิกุล รอง ผบก.น.2 พ.ต.อ.อนันต์ วรสาตร์ ผกก.สน.บางเขน ที่ทำงานอย่างรวดเร็ว โดย ด.ญ.13 ปี จะอยู่ในการดูแลของมูลนิธิปวีณาฯ ตามความประสงค์ของแม่ และมูลนิธิปวีณาฯ จะประสานกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม เพื่อให้ผู้เสียหายได้รับเงินเยียวยา และประสาน ดร.ตฤณ ก้านดอกไม้ ผอ.ศูนย์บริหารความสุขและความปลอดภัย สพฐ. กระทรวงศึกษาธิการ เพื่อให้เด็กได้มีโอกาสกลับมาเรียนหนังสือ และมูลนิธิปวีณาฯ จะติดตามการช่วยเหลือร่วมกับกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ และกระทรวงศึกษาธิการต่อไป.
รายละเอียดความเป็นมา
สืบเนื่องจากพลเมืองดีได้พา น้องนิว (นามสมมุติ) เด็กหญิงวัย 13 ปี หนีจากแก๊งค้ากาม เข้าขอความช่วยเหลือจากนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี แจ้งว่า น้องนิว ถูกน.ส.เเอน (นามสมมุติ) อายุ 34 ปี คนที่รู้จักมีพฤติกรรมเป็นเเม่เล้าหลอกพาไปบังคับค้าประเวณีให้กับลูกค้าย่านพหลโยธินและรามอินทรา ครั้งละ 1,500-2,000 บาท โดยน.ส.แอนจะพาไปส่งตามที่นัดหมายที่พัก โรงแรม รีสอร์ท และหักค่าหัวคิว พร้อมทั้งข่มขู่ถ้าขัดขืนไม่ยอมทำจะถูกทำร้ายเด็กจึงต้องยอมจำใจทำ บางครั้งน้องนิวก็ถูกลูกค้าบังคับให้ร่วมเสพยาเสพติดจนสะลึมสะลือก่อนจะมีเพศสัมพันธ์ วันไหนที่ไม่สบายปวดท้องประจำเดือนก็ถูกบังคับให้รับลูกค้าหยุดไม่ได้ต้องทนทุกข์นานกว่า 2 เดือน ตั้งแต่ต้นปี ม.ค.69 เรื่อยมาจนทนไม่ไหวมาบอกพลเมืองดีให้พาแจ้งมูลนิธิปวีณาฯ ขอช่วยให้หลุดพ้นจากขุมนรก
พลเมืองดี กล่าวอีกว่า น้องนิวพูดให้ฟังว่า ช่วงเดือน ธ.ค.68 ได้รู้จักกับลูกชายของน.ส.แอน ก่อนจะนัดมาเจอกันที่บ้านน.ส.แอนที่ซอยพหลโยธิน 59 ทีแรกน.ส.แอนก็ดูเป็นคนใจดีจึงไว้วางใจ จากนั้นน.ส.แอนบอกว่ามีความจำเป็นต้องหาเงินไปประกันตัวลูกเขยที่ถูกจับจึงขอให้น้องนิวช่วยแสดงละครจัดฉากแบล็กเมล์เรียกเงินลูกค้าที่มาซื้อบริการ โดยน.ส.แอนได้ติดต่อลูกค้ามาซื้อบริการน้องนิวและนัดกันที่รีสอร์ทแห่งหนึ่ง เมื่อลูกค้าพาน้องนิวเข้าห้องสักพักก็จะให้ผู้หญิงอีกคนแสดงตัวเป็นแม่น้องนิวมาเคาะประตูห้องและข่มขู่จะแจ้งตำรวจก่อนจะเรียกเงิน 3 หมื่นบาทเพื่อแลกกับการไม่แจ้งความ หลังเหตุการณ์นั้นน.ส.แอนก็ได้ให้เงินน้องนิว 4 พันบาทเป็นค่าจ้าง จากนั้นก็จะบังคับให้น้องนิวค้าประเวณีเรื่อยมากว่า 40 ครั้ง นอกจากน้องนิวแล้วยังมีเด็กหญิงอีกหลายคนที่คาดว่าจะถูกบังคับค้าประเวณีด้วยเช่นกัน
นางปวีณา หลังรับเรื่องจากพลเมืองดี ได้โทรศัพท์ไปหาแม่ของน้องนิวที่ประเทศไต้หวัน แม่ถึงกับช็อก!! เมื่อรู้ข่าวลูกสาว และด้วยความเป็นห่วงจึงทำหนังสือมอบหมายส่งทางอีเมล์ขอให้มูลนิธิปวีณาฯ ช่วยรับน้องนิวอยู่ในความดูแลและดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด โดยแม่ได้ให้ป้าซึ่งอาศัยอยู่จ.พระนครศรีอยุธยาเดินทางมาพบหลานที่มูลนิธิปวีณาฯ พร้อมทั้งขอให้มูลนิธิปวีณาฯ ช่วยพาป้าและลูกสาวเข้าแจ้งความเนื่องจากต้องการดำเนินคดีกับแก๊งค้ามษุษย์รายนี้ให้ถึงที่สุด
แม่น้องนิว เล่าว่า เดิมทีลูกสาวอาศัยอยู่กับยายที่จ.อุดรธานี เพราะพ่อแม่แยกทางกัน แม่ไปทำงานสวนเกษตรที่ประเทศไต้หวัน ส่วนพ่อไปทำงานที่ประเทศเกาหลี น้องนิวเรียนจบป.6 ที่จ.อุดรธานี และไม่ได้เรียนต่อเพราะครอบครัวยากจน แม่จึงให้เข้ากรุงเทพฯ มาอาศัยอยู่กับญาติที่มีอาชีพเป็นช่างเสริมสวยอยู่ย่านสีลม กรุงเทพฯ เพื่อฝึกเรียนรู้เผื่อจะได้ใช้ความสามารถทำมาหากินได้ในอนาคต แต่ลูกสาวกลับไปเจอเพื่อนที่รู้จักกันในโซเชียลและถูกชักชวนไปอยู่ด้วย กระทั่งไปเจอแม่เล้าหลอกไปบังคับค้าประเวณี หัวใจแม่แทบสลายอุตส่าห์ดิ้นรนไปทำงานเกษตรที่ไต้หวันก็เพราะจะได้มีเงินส่งมาให้ลูกและเก็บเงินส่งให้ทางบ้านแต่ต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ ขอมูลนิธิปวีณาฯ ช่วยลูกสาวด้วย
