ศาสนา-ศิลปวัฒนธรรม

เวทีเสวนาธรรม “พระบรมสารีริกธาตุรำลึก ณ อุบลราชธานี เมืองกัมมัฏฐานโลก”

ชูอุบลราชธานี เมืองกัมมัฏฐานโลก สร้างเศรษฐกิจ ด้วยจิตวิญญาณและ
ศรัทธา โดยวางแผนปฏิบัติการระยะยาวถึงปี 2575

พระเมธีวรญาณ รองเจ้าคณะภาค 10 คณบดีคณะพุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ประธานกรรมการบริหารสถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980 บอกเล่าถึงการเสด็จมาของพระบรมสารีริกธาตุ และพระอรหันตธาตุ มหานทีคงคาสู่ลุ่มน้ำโขง จากอินเดียมาประดิษฐานชั่วคราว ณ ประเทศไทย เป็นเสมือนการเสด็จของพระพุทธเจ้า เพราะธาตุเจดีย์ เป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของพระพุทธองค์ เช่นเดียวกับในอดีตที่มีการสร้างบ้านแปลงเมือง ต้องมีการสร้างสถานที่ประดิษฐานของพระพุทธเจ้า จึงมีวัดที่เกี่ยวเนื่องบ่งบอกในหัวเมืองต่างๆ ในการมาประดิษฐานที่วัดมหาวนาราม จังหวัดอุบลราชธานี จึงเป็นเสมือนพุทธประสงค์ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า การเกิดมาในยุคที่พระพุทธศาสนามีความเจริญรุ่งเรืองจึงเป็นบุญบารมีและโชคลาภของทุกท่านที่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์ และต้องถูกบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ของจิตใจที่ครั้งหนึ่งได้มีโอกาสเข้าเฝ้ากราบสักการะบูชาพระบรมสารีริกธาตุและปฏิบัติตนตามหลักธรรมคำสอน ด้วยความเชื่อมั่นศรัทธา ก่อให้เกิดความสงบสุข และสันติภาพได้

อุบลราชธานีเหมาะสมที่จะเป็นเมืองแห่งธรรม เมืองกัมมัฏฐานโลก เพราะการปฏิบัติในทางพระพุทธศาสนาอาจไม่จำเป็นต้องเป็นรูปแบบ แต่อยู่กับประเภทที่เหมาะสมกับคนแต่ละกลุ่ม เพราะนิพพานก็มีถึง 5 รูปแบบ เพราะฉะนั้นกัมมัฏฐานโลก ที่ช่วยกันผลักดัน นั้นจึงมีเหตุผล 3 ประการ คือ ชาวอุบลราชธานีมีใจศรัทธาในพุทธศาสนา มีใจมั่นคงในหลักพุทธธรรมคำสอน เห็นจากเกจิอาจารย์ในอดีตถึงปัจจุบัน คนอุบลราชธานีจึงมีใจในเรื่องพระพุทธศาสนา มีจิตใจตั้งมั่นไม่หวั่นไหว เช่นหลวงปู่มั่น ,อุบลราชธานีเป็นเมืองนักปราชญ์ราชบัณฑิตที่มีความรู้ความเข้าใจ ที่ให้ความรู่เกี่ยวกับเรื่องพระพุทธศาสนา และวิทยาการสมัยใหม่ เช่นการมีหลวงปู่ชา, อุบลราชธานีมีความกล้าหาญไม่ยอมแพ้ต่ออกุศลกรรม และกล้าหาญที่จะขจัดปัญหาทั้งปวง ความกล้าหาญทางจริยธรรม มีหลวงปู่เสาร์ ดังนั้นหลวงปู่ทั้ง 3 จึงเป็นต้นแบบ และการจัดเมืองกัมมัฏฐานโลกจึงเป็นเครื่องมือป้องกันสิ่งไม่ดีที่จะเกิดขึ้นในอนาคต และเป็นเมืองที่พระพุทธเจ้าทรงเลือก เห็นได้จากการเสด็จมาของพระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันตธาตุ

นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และรองเลขาธิการสถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980 กล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โดยเฉพาะการจัดธรรมยาตราครั้งที่ 4 ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างรัฐบาลอินเดีย รัฐบาลไทยและสถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980 โดยย้อนรอยล้ออารยธรรมสยาม-ภารตะ มีการหลอมรวมเชื่อมโยงอารยธรรมร่วมกันด้วยหลักธรรม จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการหารือ กับนายนาเกซ ซิงค์ เอกอัคราชทูตอินเดียประจำประเทศไทย และจากจารึกประวัติศาสตร์ ในสมัยรัชกาลที่ 5 ซึ่งเป็นช่วงที่ เซอร์ อเล็กซานเดอร์ คันนิ่งแฮม ขุดค้นพบพระบรมสารีริกธาตุ ณ เมืองกบิลพัสดุ์ สมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรีย ทรงส่งมอบมรดกอันล้ำค่านี้นำมาถวายแด่รัชกาลที่ 5 ในฐานะ เอกราชพุทธมามกะเพียงหนึ่งเดียว

ในโลกปัจจุบันมีทั้ง เอไอและโซเชียลมีเดีย ที่มีอิทธิพลเหนือความคิดมนุษย์ เป็นโลกที่กำลังวุ่นวาย เกิดสงคราม ขณะที่หลักธรรมะถือเป็นกฎธรรมชาติ Influencer และ ผู้สร้องContent จึงต้องมี”เข็มทิศจริยธรรม”กุศลจิตไม่ละเมิดสิทธิผู้อื่น ต้องมีขอบเขตและจริยธรรมในการสื่อสาร เป็นการใช้เอไอด้วยปัญญาและสติ ไม่ใช้ปัญญาประดิษฐ์ด้วยอกุศลมูล

ขณะที่สถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980 กำลังขับเคลื่อนภารกิจที่ยิ่งใหญ่ คือการนำธรรมะเข้าสู่ องค์การสหประชาชาติ โดยเฉพาะสำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชน โดยชูแนวทาง“Universal Values of Dhamma”หรือ”คุณค่าที่เป็นสากลของธรรมะ”และต้องประกาศให้โลกรู้ว่า “สิทธิมนุษยชนที่ยั่งยืน ต้องเริ่มจากจิตใจของมนุษย์ก่อนเสมอ” เพื่อการสร้างสันติภาพโลก

นายภูษิต น้อยโสภากุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี กล่าวถึงแนวทางการขับเคลื่อนเมืองกัมมัฏฐานโลก ด้วยการปฏิบัติภารกิจส่งเสริม สนับสนุนในทุกภารกิจของจังหวัดเพื่อให้เกิดรายได้ และการท่องเที่ยว และปีนี้จังหวัดได้สนับสนุนงบประมาณจัดงานเมืองกัมมัฏฐานโลก โดยบรรจุไว้ในแผน และเพิ่มงบประมาณสนับสนุนในปี 2570 จำนวน5 ล้านบาท และจะจัดต่อเนื่องทุกปี เพื่อสร้างจุดแข็ง ขณะนี้มหาวิทยาลัยอุบลราชธานีได้จัดทำแผนงานล่วงหน้า ตามแนวคิดอุบลราชธานีเมืองแห่งธรรม กัมมัฏฐานโลก ด้วยหลัก“ง่าย สะดวก รวดเร็ว” เช่น การปฏิบัติในโรงเรียน และอาจขยายผลไปในทุกศาสนา ด้วยหลักการ “ร่วมคิด ส่งเสริม ร่วมประเมินผล ปรับปรุงแก้ไข” และจะทำเรื่องนี้เป็นวาระของจังหวัดให้ได้ ตามแผนที่จะเดินหน้าถึงปี 2575

นายสฤษดิ์ วิฑูรย์ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี กล่าวถึง การยกระดับแนวคิดเมืองกัมมัฏฐานโลก ด้วยมีพระอริยสงฆ์สำคัญหลายรูป และมีการเสด็จของพระบรมสารีริกธาตุประดิษฐานใน 4 จังหวัดของประเทศไทย โดยเฉพาะอุบลราชธานี มีเงินหมุนเวียนขณะนั้นถึง 1 พันล้านบาท และยังมีหลายหน่วยงานทางศาสนาได้จัดพิธีกรรม ตามแนวทาง หลวงปู่มั่น หลวงปู่ชา และหลวงปู่เสาร์ ซึ่งสามารถเปลี่ยนจากพิธีกรรมให้เป็นกิจกรรมและกิจการด้วยระบบนิเวศน์ที่มีความพร้อม เช่น การทำผ้าฝ้ายด้วยการมัดย้อมธรรมชาติ เป็นเศรษฐกิจจากป่า และมีการขออนุญาตใช้พื้นที่ เพื่อรองรับให้เป็นเมืองปฏิบัติธรรม ดังนั้นในแผนเศรษฐกิจจึงมี 2 ด้าน คือ เมืองน่าอยู่ ปลอดภัย และสร้างเศรษฐกิจเชิงวัฒนธรรม เช่นเรื่องอาหารพื้นถิ่น เกิดอาหารที่ดูแลธาตุขันธ์ อาหารที่บริสุทธิ์ ผ้าที่เกิดจากป่าไม้ย้อม สร้างให้เกิดอารยวิถี สถานที่ที่เกี่ยวข้องกับถิ่นเกิดของหลวงปู่ครูอาจารย์ และสุดท้ายคือเรื่องของอารมณ์ที่ได้จากเมืองกัมมัฏฐานโลก เป็นตัวกระตุ้นเศรษฐกิจ ด้วยจิตวิญญาณและศรัทธา

นางพนารัตน์ คนขยัน วัฒนธรรมจังหวัดอุบลราชธานี ภูมิใจในโครงการที่เกิดขึ้นและนำไปสู่การขับเคลื่อนและทางวัฒนธรรมจังหวัด มีนโยบายให้เกิดเศรษฐกิจชุมชนทั้งมิติทางศาสนาและวัฒนธรรม และขับเคลื่อนให้อุบลราชธานีให้เป็นเมืองกัมมัฏฐานโลก ซึ่งมีความหมายคือ เมืองที่เป็นที่ตั้งที่มีความมุ่งมั่นในการนำหลักธรรมคำสอนที่ดีงามมาสู่ความดีงามสงบสุข ยกระดับการท่องเที่ยวสู่ความร่มเย็น “มาแล้ว อิ่มปาก อิ่มท้อง และอิ่มบุญ” และปี2569 ขับเคลื่อน 5 เสาหลัก คือทุนทางจิตวิญญาณ ครูบาอาจารย์ พระอริยสงฆ์ , การพัฒนาความรู้และนวัตกรรมต่างๆ ,เศรษฐกิจสร้างสรรค์ ,ออกแบบวิถีการสร้างความสงบ สมาธิร่วมสมัยและพัฒนาเครือข่ายการบริหารจัดการ โดยส่วนการพัฒนามี 4 ด้าน คือ การพัฒนาทุน ระบบนิเวศน์ พัฒนาคนและพัฒนาการบริการ

สำหรับการเสวนาธรรม “พระบรมสารีริกธาตุรำลึก ณ อุบลราชธานี เมืองกัมมัฏฐานโลก” ณวัดมหาวนาราม พระอารามหลวง จังหวัดอุบลราชธานี ดำเนินการเสวนาโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปิยณัฐ สร้อยคำ ผู้ช่วยอธิการบดีมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี และ นางสาวตวงพร อัศววิไล ผู้ช่วยเลขาธิการสถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980 กิจกรรมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของงานรำลึกถึงโครงการธรรมยาตรา ครั้งที่ 3 การเสด็จของพระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันตธาตุของพระสารีบุตรและพระโมคคัลลานะ มหานทีคงคาสู่ลุ่มน้ำโขง จัดโดยรัฐบาลไทยร่วมกับรัฐบาลอินเดีย และสถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980 และกิจกรรมกัมมัฏฐาน ธรรมยาตรา บูชาพระบรมสารีริกธาตุ ภายใต้โครงการ”อุบลราชธานี เมืองแห่งธรรมเมืองกัมมัฏฐานโลก “

ขณะที่สถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980 ได้จัดโครงการธรรมยาตรามาแล้ว 4 ครั้ง ได้แก่โครงการธรรมยาตรา 5 แผ่นดินลุ่มน้ำโขง ครั้งที่ 1 เมื่อปี 2560 , ธรรมยาตรา 5 แผ่นดินครั้งที่ 2 ปี 2562 , ธรรมยาตราครั้งที่ 3 คือการเสด็จของพระบรมสารีริกธาตุ และพระอรหันตธาตุของพระอัครสาวกเบื้องขวาและเบื้องซ้าย ซึ่งเป็นความร่วมมือกันของรัฐบาลอินเดีย รัฐบาลไทยและ สถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980 นับเป็นครั้งประวัติศาสตร์ที่ได้อัญเชิญเสด็จออกจากประเทศอินเดีย มาประดิษฐานที่ มณฑลพิธีสนามหลวง กรุงเทพมหานคร ,เชียงใหม่ ,อุบลราชธานี และกระบี่ ส่วนโครงการธรรมยาตราครั้งที่ 4 ลุ่มน้ำโขงสู่มหานทีคงคา จากไทยสู่อินเดีย ประกาศศตวรรษ
แห่งธรรม ในช่วงปลายปี 2567

เผยแพร่โดย ฝ่ายประชาสัมพันธ์ สถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980

#อุบลราชธานีเมืองกัมมัฏฐานโลก
#รำลึกการเสด็จของพระบรมสารีริกธาตุ
#สถาบันโพธิคยาวิชชาลัย980

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เอง

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า