จีนศึกษา๑๓๖ จีนทุ่มเทการพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI)
ข้อพิจารณาในการพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) จากนัยสำคัญที่รัฐบาลจีนได้ทุ่มเทให้การสนับสนุนเทคโนโลยี AI กล่าวคือ
ในเชิงเศรษฐกิจ จะทำให้สามารถช่วยยกระดับอัตราการผลิตในอุตสาหกรรม และก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีในเชิงพาณิชย์รูปแบบใหม่ เช่น ระบบนำทางรถยนต์ไร้คนขับ หุ่นยนต์ที่มีความสามารถทำงานคล้ายกับมนุษย์ และระบบการทำงานต่างๆ ในสมาร์ทโฟน เป็นต้น
ในเชิงความมั่นคง โดยเฉพาะเทคโนโลยีการทหารเพื่อเตรียมรับมือภัยคุกคามจากภายนอก รวมทั้งเทคโนโลยีเพื่อรักษาความมั่นคงภายใน โดยการนำมาใช้ในการส่งเสริมพฤติกรรมที่พึงประสงค์ เช่น การทำระบบคะแนนสังคม (Social Credit Scores) ให้พลเมืองจีนโดยการใช้ AI มาช่วยเซ็นเซอร์ความเห็นต่อต้านรัฐบาลในโลกออนไลน์ รวมทั้งการมีระบบตรวจสอบใบหน้า (Facial Recognition) ที่เมื่อรวมเข้ากับกล้องรักษาความปลอดภัยที่ติดทั่วเมืองขะช่วยให้สามารถตามจับตัวโจรผู้ร้ายได้อย่างง่ายดาย เป็นต้น
ดังนั้น รัฐบาลจีน จึงได้วางแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติ ด้วยกำหนดเป้าหมายในการเพิ่มรายได้จากอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ในปี ๒๐๓๐ (พ.ศ.๒๕๗๓) เป็นจำนวนเงินกว่า ๑ ล้านล้านหยวน หรือราว ๕ ล้านล้านบาท ซึ่งมากกว่าในปัจจุบันกว่า ๗ เท่าตัว
โดยได้กำหนดมาตรการลดหย่อนทางภาษี เพื่อสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ซึ่งได้กระตุ้นภาคเอกชนให้ขับเคลื่อนการวิจัยไปสู่เป้าหมาย โดยเฉพาะเมื่อเดือน พ.ค.๕๙ รัฐบาลจีนได้ประกาศ “แผนปฏิบัติการเทคโนโลยี AI ‘Internet plus’ ระยะ ๓ ปี” เพื่อมุ่งสนับสนุนโครงการหลักในด้านต่างๆ อาทิ บ้านอัจฉริยะ ยานยนต์อัจฉริยะ และระบบรักษาความปลอดภัยอัจฉริยะ รวมทั้งการสร้างหลักประกันด้านเงินทุนระเบียบมาตรฐานทรัพย์สินทางปัญญาและการอบรมบุคลากร ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นในการนำเทคโนโลยี AI มาประยุกต์ใช้ในทุกสาขาอาชีพ ทำให้เทคโนโลยี AI เข้าถึงกลุ่มคนหมู่มากโดยตรง อาทิ การชำระเงินด้วยระบบสแกนใบหน้า ระบบแปลภาษา ร้านค้าไร้พนักงานและอุปกรณ์อัจฉริยะภายในบ้าน เป็นต้น
ประมวลโดย พลตรี ไชยสิทธิ์ ตันตยกุล
( ข้อมูลจากเว็บไซต์ http://www.gov.cn/zhengce/content/2017-07/20/content_5211996.htm )