จีนศึกษา ๗ รถไฟจีน-ลาว

ขอนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับหอการค้าไทย (泰国贸易商会) กังวลว่าการเปิดรถไฟจีนลาวจะส่งผลกระทบต่อรากฐานเศรษฐกิจการเกษตรของไทย และความสามารถในการแข่งขันของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (中小企业 / SMEs) จะเผชิญกับความท้าทายที่สำคัญกล่าวคือ

. สำหรับความกลัวว่า ด่านหนองคายจะกลายเป็นประตูส่งออกขนาดใหญ่สำหรับผักและผลไม้จีนสู่ตลาดไทยผ่านทางรถไฟจีนลาวนั้น เจ้าหน้าที่ได้ปฏิเสธโดยเน้นว่าด่านหนองคายยังไม่ได้เปิดการค้าผ่านพิธีการสินค้า ปัจจุบัน ผู้แทนกระทรวงเกษตรของสถานกงสุลใหญ่ในกว่างโจวกำลังเจรจากับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของจีน เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาการใช้รถไฟจีนลาวเพื่อเสริมสร้างการค้าจีนไทยโดยเฉพาะเพื่อแก้ปัญหาพิธีการศุลกากรที่ยากลำบากสำหรับผลไม้ไทยส่งออกไปจีน โดยเฉพาะกรณีตัวอย่างของด่านโม่ฮาน (磨憨口岸) หากจีนส่งออกสินค้า๑๐๐ ตู้คอนเทนเนอร์ไปยังประเทศไทย ประเทศไทยก็ควรจะสามารถส่งกลับสินค้า ๑๐๐ ตู้คอนเทนเนอร์ไปยังประเทศจีนได้ และที่กำลังหารือกันอยู่คือการเริ่มส่งออกกล้วยไม้และยางพาราของไทยไปยังประเทศจีนโดยใช้เส้นทางรถไฟจีนลาวโดยเร็วที่สุด ส่วนผลไม้นั้นคาดว่าจะรอถึงต้นปีหน้าก่อนเริ่มฤดูผลไม้ในประเทศไทย ซึ่งในเวลานั้น ด่านโม่ฮานจะกลายเป็นปัญหาที่ยุ่งยากในการแก้ปัญหาการจราจรติดขัด เช่นเดียวกับช่องทางโหย่วอี้ (友谊关) ในเขตปกครองตนเองกว่งซีจ้วง (กวางสี)

. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้เปิดเผยว่า เพื่อให้การดำเนินงานส่งออกผลไม้ของไทยดำเนินการได้ดีขึ้นในปี ..๒๕๖๕ กระทรวงพาณิชย์ได้กำหนด ๑๘ มาตรการเฉพาะเพื่อให้แน่ใจว่าการพัฒนางานต่างๆ จะราบรื่น แก้ปัญหาพิธีการศุลกากรส่งออกที่ยากลำบาก และช่วยให้เกษตรกรชาวสวนผลไม้บรรลุผลได้ดียิ่งขึ้น เป้าหมายในการรวย จีนเป็นผู้ส่งออกผลไม้ไทยรายใหญ่ที่สุดโดยคิดเป็นสัดส่วนมากถึง ๘๕% การพึ่งพาตลาดเดียวมากเกินไปอาจส่งผลกระทบต่ออำนาจต่อรองของรัฐบาลไทยซึ่งจะทดสอบอำนาจต่อรองของรัฐบาล

บทสรุป ผู้ค้าผักและผลไม้ของไทยตระหนักดีว่า จีนเป็นตลาดส่งออกที่จำเป็นสำหรับประเทศไทย และเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งรัดการก่อสร้างโครงการโครงสร้างพื้นฐานภายในประเทศให้สอดคล้องกับการยกระดับการขนส่งสินค้าและการขนส่งข้ามพรมแดน อย่างไรก็ตามวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ไทยเสียเปรียบในการแข่งขันกับจีน โดย เดือนแรกของปี ..๒๕๖๔ ปริมาณการค้า SMEs ระหว่างจีนและไทยอยู่ที่ประมาณ  ๙๔๐,๕๔๙ ล้านบาท โดยเป็น SMEs ไทยส่งออกไปประเทศจีนมูลค่า ๑๘๔,๔๙๓ ล้านบาท แต่มีการนำเข้าของไทยจากจีนมีมูลค่า ,๗๒๐,๖๔๖ ล้านบาท โดย SMEs นำเข้าจากจีน ๔๕๔,๘๙๑ ล้านบาท ซึ่งเท่ากับ SMEs ไทยขาดดุลการค้าจีนถึง ๒๗๐,๓๙๘ ล้านบาท

ประมวลโดย พลตรี ไชยสิทธิ์ ตันตยกุล

( ข้อมูลจากเว็บไซต์ http://zgmh.net/Article_show.aspx?chid=9&id=34109 )